posttoday
ผลิตแรงงานนวัตกรรม

ผลิตแรงงานนวัตกรรม

28 มกราคม 2561

จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาบอกว่า อยู่ในระหว่างศึกษาเรื่องผลกระทบของการใช้เครื่องจักรกลและปัญญาประดิษฐ์

จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาบอกว่า อยู่ในระหว่างศึกษาเรื่องผลกระทบของการใช้เครื่องจักรกลและปัญญาประดิษฐ์ทดแทนแรงงานรายที่มีรายได้น้อยและมีทักษะไม่สูง ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

การศึกษาล่าสุดของ ธปท. ระบุด้วยว่า ลูกจ้างกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน และสูงกว่า 3 หมื่นบาท/เดือน จะต้องเผชิญหน้ากับการจ้างงานที่ลดลง โดยเฉพาะแรงงานที่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน โดยนอกจากนี้ แรงงานกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีมากถึง 50% ของแรงงานนอกภาคเกษตรทั้งหมด มีโอกาสที่จะหางานใหม่ได้น้อยลง เนื่องจากผลของการนำเครื่องจักรกลและหุ่นยนต์มาทดแทนแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน อุตสาหกรรมหลายสาขามีการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงานคนมากขึ้นทุกที

ทั้งนี้ งานวิจัยขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุด้วยว่า ในสองทศวรรษข้างหน้า ตำแหน่งงานและการจ้างงานในไทยไม่ต่ำกว่า 44% หรือประมาณกว่า 17 ล้านตำแหน่ง จะตกอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่โดยระบบอัตโนมัติ

กลุ่มคนงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ พนักงานขายตามร้านหรือพนักงานบริการตามเครือข่ายสาขา พนักงานบริการอาหาร ภาคเกษตรกรรม แรงงานทักษะต่ำที่ทำงานซ้ำๆ คนงานโดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้าและรองเท้า อาจได้รับผลกระทบสูงถึง 70-80%

แน่นอนว่า กรณีนี้สะท้อนไปถึงรัฐบาลที่เคยประกาศวางเป้าหมายว่า จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมของประเทศครั้งใหญ่ด้วยนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ส่งเสริมนวัตกรรม ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผลักดันให้แรงงานในอนาคตนำปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในกระบวนการทำงานและการผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในเวทีโลก

แต่การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน กำลังแรงงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนสินค้าโภคภัณฑ์เป็นเชิงนวัตกรรม ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องพึ่งพาการศึกษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมกำลังคน โดยการวางระบบการศึกษาให้ตอบโจทย์ ต้องเปลี่ยนแปลงหลายด้านให้สอดรับกันอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมรายละเอียดของการศึกษาทุกระดับ แต่ปัญหาคือ การศึกษาเป็นเรื่องที่ยากจะเปลี่ยนได้ในระยะเวลาอันสั้น

และเมื่อพูดเรื่องนี้ย่อมหมายถึงการเข้าไปเปลี่ยนตั้งแต่หลักสูตรการเรียนการสอน ระบบการประเมินผลจากการเรียนการสอน และครูอาจารย์ผู้สอน ให้ตอบโจทย์ความต้องการของการศึกษาในอนาคต สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณครูให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต สร้างครูที่สามารถผลิตนักเรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรม การเรียนและการทำงานร่วมกันเป็นทีม สร้างอาชีพและการเรียนรู้ด้วยตัวเอง สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการการพัฒนาทักษะทางสังคม

ขณะเดียวกัน ยังรวมไปถึงต้องเปลี่ยนวิธีการวัดประเมินผลหรือสอบวัดความรู้ที่ได้จากการเรียน ควรเป็นการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่การสอบเพื่อวัดการท่องจำ หรือแค่วัดเพียงเนื้อหาในหลักสูตร

และทั้งหมดเป็นคำถามไปถึงรัฐบาลว่า ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐาน วิธีการสอนยังคงเป็นขนบเดิมๆ หรือได้เริ่มลดการเรียนรู้เชิงเทคนิค การเรียนการสอนที่เน้นการท่องจำ วิธีการวัดประเมินผลหรือความรู้ที่ได้จากการเรียน ถูกเปลี่ยนไปเป็นการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ที่ไม่ใช่การสอบเพื่อวัดการท่องจำ หรือแค่วัดเพียงเนื้อหาในหลักสูตร ไปแล้วแค่ไหน อย่างไร

ดังนั้น เรื่องนี้ถือเป็นใหญ่ในอนาคตที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางรับมือกับปัญหานี้ โดยต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นนอกจากแรงงานไทยจะเตะฝุ่นเพิ่มขึ้นเพราะไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และจะกลายเป็นภาระรัฐบาลตลอดไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ