posttoday
แนะวิถีรูปธรรม พัฒนาธุรกิจยั่งยืน

แนะวิถีรูปธรรม พัฒนาธุรกิจยั่งยืน

27 มกราคม 2561

ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่ทำเพื่อเท่หรือให้ดูดี แต่เป็นแนวทางที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ยืนนาน หากธุรกิจเติบโตโดยเพิ่มภาระ

ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่ทำเพื่อเท่หรือให้ดูดี แต่เป็นแนวทางที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ยืนนาน หากธุรกิจเติบโตโดยเพิ่มภาระหรือเบียดเบียนชุมชนรอบข้าง ย่อมไม่มีใครยินดีหรืออนุญาตให้เราเติบโต

นี่เป็นส่วนเล็กๆ ในคำพูดของ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาในการจัดทำหนังสือ ไทยแลนด์ ซัสเทนเอเบิล บิซิเนส ไกด์ ซึ่งกล่าวไว้ในงานเปิดตัวหนังสือ มีจุดประสงค์สำคัญต้องการให้หนังสือเล่มนี้เป็นเข็มทิศชี้ทางธุรกิจไทยเห็นความท้าทายที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เครื่องมือที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน และตัวอย่างการปฏิบัติของภาคธุรกิจ

ประสาร ชี้ว่า การไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างความยั่งยืน เป็นความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจ เนื่องจากหากบริษัทต่างๆ ที่ไปลงทุนคิดเพียงแค่กำไรระยะสั้น แล้วทำอะไรไม่ดีก็จะกระทบต่อการสนับสนุนของประชาชน ท้ายที่สุดผลตอบแทนที่ดีก็จะไม่ได้มา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจระยะสั้นไปจนถึงยาวและอาจไม่มีโอกาสแก้ตัวได้

หากบริษัทใดมีนโยบายด้านความยั่งยืนก็เป็นเสมือนเกราะป้องกันความเสี่ยงให้บริษัทแล้วระดับหนึ่ง จะพบว่าราคาหุ้นของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนก็จะเพิ่มมากกกว่าบริษัทที่มองข้ามเรื่องความยั่งยืนไป ตัวอย่างหนึ่งด้านความยั่งยืน คือประเด็น
การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ (ไคลเมท เชนจ์) ที่ภาคการเงินเริ่มกดดันให้บริษัทให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น

ทั้งนี้ ธนาคารกลางของอังกฤษนำปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาเป็นตัวหนึ่งที่วัดนัยต่อความเสี่ยงด้านการเงิน เพราะมองว่า ประเด็นนี้มีผลทำให้ภัยธรรมชาติเกิดถี่ขึ้น มีผลกระทบให้บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหมเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัวจากภัยธรรมชาติเมื่อเทียบกับ 30 ปีก่อน ขณะที่สถาบันการเงินก็มีความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้นจากปัญหาไคลเมท เชนจ์ เพราะปัญหานี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่ต้องพิจารณานโยบายสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย

ประสาร กล่าวอีกว่า ปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืน คือ ทิศทางการกำกับดูแลมาตรฐานต่างๆ เข้มงวดขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทำให้สังคมโลกเล็กลง ความผิดที่เกิดจากด้านใดด้านหนึ่งเพียงเสี้ยววินาทีก็รู้ได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ที่ผ่านมานั้น ระบบทุนนิยมแบบสุดโต่งขาดการถ่วงดุลด้านจริยธรรมและมีวิสัยทัศน์บิดเบี้ยวไป อาจมุ่งสร้างความเติบโตในเชิงปริมาณแล้วละเลยคุณภาพ มองเพียงมุมระยะสั้นแต่มองข้ามผลกระทบระยะยาว คิดถึงประโยชน์ส่วนตัว แก้ปัญหาแบบแยกส่วน ขาดการบูรณาการหรือคิดถึงส่วนรวม ซึ่งผลของการพัฒนาเหล่านี้สร้างปัญหาสะสมหลายมิติ จนโลกที่เราอยู่อาจไม่ยั่งยืน

สิ่งที่สะท้อนถึงความไม่ยั่งยืนได้ชัดเจน ได้แก่ การใช้ทรัพยากรโลกเสมือนของฟรี ไม่ยับยั้งชั่งใจ ตัดไม้ทำลายป่า ขยะล้นเมือง สร้างต้นทุนสูงขึ้นให้ทุกชีวิตบนโลกต้องร่วมรับภาระ หรือความเจริญหลายด้านสร้างความเหลื่อมล้ำแตกต่างชัดเจนมากขึ้น จากสถิติพบว่า ปีนี้ความมั่งคั่งจะเพิ่มขึ้นทั่วโลกกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ 82% ของความมั่งคั่งอยู่ที่คนเพียง 1% ขณะที่ไทย ความมั่งคั่งของประเทศ 58% อยู่ที่มือประชากรเพียง 1% เป็นรองแค่รัสเซียและอินเดีย 

ขณะที่การเสียชีวิตบนท้องถนนของไทยเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ เพราะสูงมาก อันดับ 2 ของโลกเป็นรองแค่ลิเบีย งานศึกษาธนาคารโลกชี้ว่า คนไทยทุก 1 แสนคน จะมีคนประสบอุบัติเหตุ 36 คน หาก 20 ปี ไทยสามารถลดผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ครึ่งหนึ่ง จะทำให้รายได้ต่อหัวของประชากรไทยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 9%

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่ธนาคารกลางที่ต้องรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มองไกลระยะยาว เนื่องจากภารกิจ ธปท.มีทั้งคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ เช่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย ผู้กู้เงินก็ไม่ชอบ แต่คนฝากเงินชอบ หรือถ้าเงินบาทแข็ง ผู้นำเข้าชอบ แต่ผู้ส่งออกก็ไม่ชอบ ดังนั้นธปท.ต้องมองผลประโยชน์ระยะยาวของสังคมเป็นสำคัญ ผ่านการยึดมั่นหลักการยืนตรง มองไกล ยื่นมือและติดดิน

ขณะที่หลักที่ ธปท.ใช้ในการปลูกฝังคนในองค์กรเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนมี 5 ข้อคือ หลักการ มองไกล เปิดใจ คล่องตัว มุ่งผลสำเร็จ

ด้านผู้ประกอบการเอกชน รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย กล่าวว่า เรื่องของความยั่งยืนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้า โดยบริษัทมีวัฒนธรรมขององค์กรที่สำคัญ 4 เรื่อง คือ ความเป็นธรรมในการทำธุรกิจ ความเป็นเลิศ การพัฒนาบุคลากร และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับพนักงาน โดยเฉพาะความปลอดภัยบนท้องถนน

ทั้งนี้ ยอมรับว่า จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของความยั่งยืนขององค์กร คือ ความไว้วางใจ โดยแนวทางการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน ผู้บริหารขององค์กรจะต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้พนักงานทุกคนในองค์กรดำเนินแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน มีการลงทุนตอบแทนด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของพนักงาน คู่ธุรกิจและสังคม โดยไม่มุ่งหวังในเรื่องผลตอบแทน

กฤป โรจนเสถียร ประธานและประธานบริหาร บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท ระบุว่า บริษัทยึดมั่นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ประการ ที่สหประชาติได้มีข้อตกลงร่วมกับประชาคมโลก กำหนดเป็นกรอบดำเนินงานด้านการพัฒนาภาคธุรกิจ โดยบริษัทได้ส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย กระจายสู่ชุมชนและสังคมโดยรอบ ซึ่งคำนึงถึงสังคมมากกว่าด้านผลประกอบการ จึงเลือกที่จะจำกัดสาขาเพียง 6 แห่งโดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ภารกิจที่สำคัญ บริษัทได้ใช้ระบบบำบัดน้ำเสีย 100% ช่วยลดต้นทุนกว่า 5 แสนบาท/ปี และระบบพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ ลดการใช้ก๊าซแอลพีจีได้กว่า 50% และลดการใช้ไฟฟ้าถึง 20% เป็นเวลากว่า 13 ปีแล้ว

ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ ประธานกรรมการ โรงพยาบาลเทพธารินทร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลมุ่งเน้นการป้องกันและรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเผยแพร่ความรู้ให้โรงพยาบาลอื่นๆ พร้อมยกระดับบุคลากร ซึ่งการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนต้องดำเนินการให้พนักงานมีวัฒนธรรมองค์กร คำนึงถึงบริบทของสังคมและความเป็นมนุษย์

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน