posttoday
จุดอ่อน

จุดอ่อน

27 มกราคม 2561

ช่วงหลายปีมานี้กระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กพยายามสกัดจุดอ่อนตัวเองด้วยการออกนโยบายลดการมองเห็นของพวกเพจต่างๆ

โดย ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

ช่วงหลายปีมานี้กระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กพยายามสกัดจุดอ่อนตัวเองด้วยการออกนโยบายลดการมองเห็นของพวกเพจต่างๆ ลง โดยเฉพาะพวกเพจในเชิงธุรกิจ ขายของ หรือในนามองค์กร หันมาเน้นเพจส่วนตัวเพิ่มการพูดคุยสนทนาให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

จุดประสงค์ดังกล่าวเพราะเฟซบุ๊กเจ้าแห่งอาณาจักรโซเชียลมีเดีย กำลังเผชิญปัญหาจากการไม่มีระบบคัดกรองที่รัดกุม ใครๆ ก็เข้ามาได้ ไม่เฉพาะสามัญชน คนสุจริตทั่วไป พวกมิจฉาชีพ นักแสวงหาประโยชน์ ก็เข้าใช้พื้นที่นี้ เฟซบุ๊กจึงหวังขจัดเพจที่ไม่มีคุณภาพ เพจขยะ สร้างความรำคาญ เพจที่เป็นปัญหา หรือหากใครจะขายของในตลาดออนไลน์แห่งนี้ก็ต้องจ่ายส่วนแบ่งให้เฟซบุ๊กในฐานะเจ้าของบ้าน ไม่ใช่มาใช้บริการฟรีๆ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของเฟซบุ๊ก รวมถึงโซเชียลมีเดีย ไลน์ แอพแชตต่างๆ ซึ่งเป็นหัวหอกหลักในโลกดิจิทัลที่กำลังเป็นสึนามิเปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง รวมถึงพฤติกรรมมนุษย์ให้ก้มหน้าพูดคุยกับตัวเอง จนกล่าวได้ว่ามือถือและโซเชียลมีเดียได้เป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ไปแล้ว 

ข้อมูลจาก We Are Social ดิจิทัลเอเยนซีในประเทศสิงคโปร์ และ Hootsuit ที่รวบรวมจาก 238 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย พบว่าประชากรทั่วโลกในปี 2560 อยู่ที่ 7,476 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก 3,773 ล้านคน คิดเป็น 50% ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 2,789 ล้านคน หรือ37% ส่วนคนไทยติดอันดับท็อปเทนใช้โซเชียลมีเดียมากอันดับ 7 ของโลก ด้วยสัดส่วน 67% จากจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ คนไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียเฉลี่ยวันละ 2.48 ชั่วโมง อยู่ในลำดับที่ 12 ของโลก

กล่าวเฉพาะเฟซบุ๊ก ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานต่อเดือน 1,871 ล้านคน คนไทยใช้สูงเป็นอันดับ 8 ของโลก จำนวน 46 ล้านคน

ชีวิตเราชาวไทยทุกวันนี้ผูกติดกับเฟซบุ๊ก ไม่ก็ไลน์ กลุ่มที่ติดหนักถึงขั้นต้องเช็กความเคลื่อนไหวแทบทุกนาที  ส่วนคนทั่วไปก็หยิบใช้อัพเดทตั้งแต่ตื่นนอน กินข้าว เข้าห้องน้ำ ขับรถติดไฟแดง ประชุม สัมมนา จนกระทั่งเข้านอน ขนาดตื่นมาเข้าห้องน้ำ ก็ยังมาอัพเฟซ/ไลน์ ซึมซับเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเรามากขึ้น

แต่ก่อนหลายองค์กรออกกฎห้ามดูเฟซบุ๊ก เล่นไลน์ในที่ทำงาน เพราะเป็นการคอร์รัปชั่นเวลา ปัจจุบันแทบทุกองค์กรใช้ไลน์กลุ่มติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เปิดเฟซบุ๊กเพื่อหาข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร เช็กความเคลื่อนไหวคู่แข่ง ไม่ใช่ดูเพื่อการบันเทิงอย่างเดียวแล้ว ยังถึงขั้นตำหนิว่าใครไม่อ่านคำสั่งในไลน์ หรือไม่เช็กข้อมูลในโซเชียลมีเดียก็จะมีปัญหา

เฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มสาธารณะย่อโลกทั้งใบมาไว้ในนี้ เป็นสื่อกลางที่สามารถสื่อสารได้รวดเร็วและอานุภาพของการแชร์ช่วยกระจายข้อมูลได้กว้างขวาง ในด้านลบหากเรื่องนั้นไม่จริง ย่อมเกิดผลกระทบรุนแรง เกิดข่าวลือสร้างความตื่นตระหนกเสียหาย

ขณะที่นวัตกรรมเฟซบุ๊กไลฟ์สดทุกอย่าง สร้างการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของบริษัท องค์กร เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทว่าอีกด้านมันฆ่าทีวีดิจิทัลให้เจ๊งกันเป็นแถว และยังฆ่าตัวเฟซบุ๊กเองอีกด้วย เพราะไม่มีระบบกลั่นกรองทันท่วงที การไลฟ์โดยขาดวิจารณญาณ ละเมิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย เช่น การถ่ายสดการฆ่าตัวตายเพียงครั้งเดียว แต่ก็มีการแชร์ แห่เข้าไปดูหลายครั้งกระทบกับสังคม ทำให้วัยรุ่นจิตอ่อนลอกเลียนแบบได้ กลายเป็นปัญหาระดับชาติ

ขบวนการหลอกหลวงอยู่ในเฟซบุ๊กก็มีไม่น้อยถึงขั้นต้องสอดส่อง มีตำรวจติดตาม ดำเนินคดีอยู่มากมาย ทั้งปลอมเฟซ ปลอมชื่อ หลอกลวง ขายของ แก๊งไทย แก๊งต่างชาติเข้ามาล่อเหยื่อ หลอกให้รักแล้วโอนเงิน หาคู่ ขายตัว แชร์ลูกโซ่ ทัวร์ไฟไหม้ กระทั่งถูกแฮ็กเฟซ

ที่เป็นปัญหาระดับชาติ คือ Fake News หรือข่าวปลอมทั้งในยุโรป หรือในการเลือกตั้งสหรัฐครั้งล่าสุดมีการปลอมข่าวให้ร้ายกัน โจมตี ช่วงชิงคะแนนกัน ข่าวปลอมกระจายอย่างรวดเร็วในโลกอินเทอร์เน็ต แม้แต่ในเฟซบุ๊กก็เป็นช่องทางเผยแพร่ข่าวปลอม หรือคำพูด Hate Speech ที่สร้างความเกลียดชังต่อกัน ถึงขนาดที่รัฐสภาเยอรมนีเพิ่งผ่านกฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปี 2561 ให้รัฐสามารถสั่งให้สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่รวมถึงเฟซบุ๊ก ลบข้อความที่สร้างความเกลียดชังภายใน 24 ชั่วโมงที่ถูกแจ้งเข้ามาทางรัฐ หากฝ่าฝืนจะต้องถูกปรับได้มากถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าเฟซบุ๊กพยายามสร้างระบบเพื่อป้องกันข่าวปลอม หรือให้มีการรายงานปัญหามายังเฟซบุ๊ก แต่ก็ต้องมีผู้แจ้งไม่ใช่ระบบสกรีนได้เองอัตโนมัติ ดังนั้นถ้าประชาชนธรรมดามาเล่นเฟซบุ๊ก โอกาสถูกหลอกหลวง หลงเชื่อย่อมมีสูง 

ทุกอย่างมีดีมีเสีย อยู่ที่เรามีวิจารณญาณ การเลือกเสพ และระดับในการเล่น แต่ปัญหาใหญ่ในปัจจุบันคือ การที่เราจมอยู่กับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน หลายคนก็ยังไม่เข้าใจว่าเวลาในแต่ละวันหายไปไหน ทั้งที่โลกก็ยังหมุนรอบตัวเอง 24 ชั่วโมงต่อวันเหมือนเดิม แต่ทำไมงานเสร็จช้าลง หนักกว่านั้นกลายเป็นโรคสมาธิสั้นไม่รู้เพราะจับเจ่าอยู่กับโซเชียลมีเดีย

เฟซบุ๊กปรับตัวเองเพื่อให้เป็นเจ้าโลกเสมือนจริงอย่างยั่งยืน เพิ่มรายได้มากขึ้นในแต่ละปี เฉพาะในปี 2560 มีเงินเข้าจากโฆษณาถึง 8,600 ล้านดอลลาร์ แต่มันก็ยังคงทำหน้าที่ดูดเราๆ ท่านๆ ให้เข้าไปมีชีวิตหรรษาในนั้น ซึ่งนับวันมนุษย์ในยุคปฏิวัติข้อมูลข่าวสารยุคดิจิทัล ไม่สามารถออฟไลน์ตัดขาดจากโซเชียลมีเดียได้ หลายคนว่าการแช่อยู่ในเฟซบุ๊ก ดูชีวิตคนอื่นนานๆ ยิ่งทำให้หดหู่ เครียด เพราะเนื้อหาชาวประชาที่โพสต์ลงส่วนใหญ่เป็นการแสดงความสำเร็จ ชูผลงานตัวเอง การเดินทางไปเที่ยว เรื่องของความสุข คนที่ภูมิคุ้มกันทางใจไม่เข้มแข็ง ไม่สตรอง จะรู้สึกอ่อนแอ ท้อแท้ ตอกย้ำจุดอ่อน ทำไมเรายังทำไม่ได้เสียที  

เมื่อเราปฏิเสธการออฟไลน์ไม่ได้ ก็ต้องเล่นเฟซบุ๊กอย่างมีสติ อย่าให้เฟซบุ๊กมาเล่นเราหรือควบคุม การไม่ต้องไปใส่ใจเมาท์มอยคนอื่น อาจทำให้ชีวิตมีความสุขและมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท