
เล็งแปลงที่ดินย่านประตูน้ำเป็นคอมเพล็กซ์ศูนย์เสื้อผ้าแฟชั่น
ตระกูลพร้อมพัฒน์ ได้ฤกษ์ลุยโปรเจ็คต์ใหญ่ คอมเพล็กซ์ ศูนย์เสื้อผ้าแฟชั่น-โรงแรม ย่านประตู มูลค่า 5.5 พันล้าน หลังซื้อทรัพย์แปลงงามมาจาก บสท. เมื่อ 4 ปีก่อน
ตระกูลพร้อมพัฒน์ ได้ฤกษ์ลุยโปรเจ็คต์ใหญ่ คอมเพล็กซ์ ศูนย์เสื้อผ้าแฟชั่น-โรงแรม ย่านประตู มูลค่า 5.5 พันล้าน หลังซื้อทรัพย์แปลงงามมาจาก บสท. เมื่อ 4 ปีก่อน
นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ วอเตอร์เกต พาวิลเลี่ยน ซึ่งพัฒนาโครงการโดย บริษัท โอเวอร์ซี คอนสตรัคชั่น เปิดเผยว่า บริษัทจะพัฒนาที่ดินย่านประตูน้ำบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ บนถนนราชปรารภ เป็นคอมเพล็กซ์ศูนย์เสื้อผ้าแฟชั่นค้าส่ง ค้าปลีก และโรงแรมภายใต้ชื่อโครงการ วอเตอร์เกต พาวิลเลี่ยน (Watergate Pavillion)มูลค่าโครงการรวม 5,500 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินลงทุน 4,000 ล้านบาท โดยบริษัทฯได้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวมาจากบรรษัท บริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) มาตั้งแต่ปี 2549 มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนหน้านั้นโครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างไปได้ 50% และได้ทยอยซื้ออาคารพาณิชย์ในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มประมาณ 500-600 ล้านบาท รวมที่ดินกว่า 10 ไร่
สำหรับโครงการวอเตอร์เกต พาวิลเลีี่ยนจะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟสๆ แรก จะพัฒนาเป็นอาคารสูง 20 ชั้น พื้นที่โดยรวมกว่า 6 หมื่นตารางเมตร พื้นที่ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน-ชั้น 4 จะเป็นศูนย์แฟชั่นค้าส่ง จำนวน 1,000 ร้านค้า ส่วนชั้น 5 เป็นศูนย์อาหารขนาด 1,000 ที่นั่ง พื้นที่ร้านค้าจะมีขนาดตั้งแต่ 6-12 ตร.ม.ขายกรรมสิทธิ์ขาดในราคาประมาณ 4 แสน- 6 แสน บาทต่อตารางเมตร พื้นที่ชั้น 6-7 เป็นลานจอดรถ ส่วนตั้งแต่ชั้น 9-20 พัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวโดยเจรจาให้กลุ่มอามารี เวอร์เตอร์เกต เป็นผู้บริหารให้โดยใช้เชนจากเครือโรงแรมอมารี แบรนด์ โอโซ
ส่วนเฟส 2 จะมีพื้นที่รวม 2.5 หมื่นตารางเมตรแบ่งเป็นพื้นที่ร้านค้า 900 ยูนิต ปัจจุบันพื้นที่ร้านค้าลูกค้าได้จองซื้อไปแล้วกว่า 50% จึงไปเปิดขายในเฟส 2 ต่อคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในเวลา 2 -3เดือน
“ย่านประตูน้ำมีเงินทุนหมุนเวียนต่อปีไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโตปีละ 8-9% เราจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาโดยชูจุดขาย ที่ผู้ซื้อพื้นที่ค้าขายจะได้กรรมสิทธิ์ 100% เป็นโฉนดที่ดิน”
นายสันติ กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนาโครงการต่อเนื่องคือ นิคมอุตสาหกรรม ย่านบางปู บนเนื้อที่กว่า 800 ไร่ โดยก่อสร้างเป็นโรงงานสำเร็จรูปจำนวน 2,000 ยูนิต เน้นกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรรม ส่วนโครงการที่ 3 คาดว่าจะพัฒนาศูนย์การค้าในเมืองอีก 1 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดิน ส่วนรูปแบบขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดชัดเจน







