
ยุคปัญญาประดิษฐ์
บริษัทยักษ์ใหญ่ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างกูเกิล ประกาศว่า "โลกยุคโมบายจบลงแล้ว ต่อไปคือโลกยุคของปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ"
โดย พรเทพ เฮง [email protected]
บริษัทยักษ์ใหญ่ในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างกูเกิล ประกาศว่า "โลกยุคโมบายจบลงแล้ว ต่อไปคือโลกยุคของปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ"
ล่าสุดในช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา กูเกิลและเฟซบุ๊กได้ประกาศเพิ่มและยกระดับทีมวิจัยเอไอที่ฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคนี้ให้ความสำคัญกับเอไอในลำดับต้นๆ โดยกูเกิลเปิดกูเกิลฮับ 4 แห่ง ในชื่อ “Les Ateliers Numériques” หนึ่งในนั้นเป็นโครงการนำร่องที่เมืองเรนส์ ในบริตตาเนีย จะเปิดในช่วงครึ่งปีแรกปี 2561 นี้ และจะเปิดอีก 3 ศูนย์ตามมา
เป้าหมายของศูนย์คือการอบรมทักษะดิจิทัล และจะมีทีมวิจัยใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำงานวิจัยเอไอที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ สิ่งแวดล้อม และจะเปิดเผยงานวิจัยแบบโอเพ่น-ซอร์ส หรือเปิดกว้างในการนำไปต่อยอดพัฒนา
ส่วนเฟซบุ๊กก็ระบุว่าลงทุนในนวัตกรรมใหม่ด้านเอไอในฝรั่งเศส 10 ล้านยูโร (ประมาณ 390 ล้านบาท) ระบุจะเพิ่มบุคลากรนักวิทยาศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์เป็น 60 คน เพิ่มทุนการศึกษาปริญญาเอกเอไอเป็น 40 ทุนการศึกษา และจะเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ข้อมูล 10 แห่งในสถาบันสาธารณะของฝรั่งเศสด้วย
ปัจจุบันเอไอสามารถแบ่งนิยามการเรียนรู้ได้ง่ายๆ 4 กลุ่ม คือ 1.Acting Humanly การกระทำคล้ายมนุษย์ เช่น สื่อสารกับมนุษย์ได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) เช่น การใช้เสียงสั่งให้คอมพิวเตอร์พิมพ์เอกสาร มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ โดยสามารถมองเห็นและรับภาพได้โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ (Sensor) Machine Learning เรียนรู้ด้วยตัวเองโดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใดๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้
2.Thinking Humanly การคิดคล้ายมนุษย์ ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน Cognitive Science เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด
3.Thinking Rationally คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง โดยใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล
และ 4.Acting Rationally กระทำอย่างมีเหตุผล โดยจะตอบสนองต่อการกระทำแต่ละแบบโดยการนำเอาสภาพแวดล้อมเข้ามาวิเคราะห์ร่วมด้วย
สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีด้านเอไอ 2561 โดยนำข้อมูลมาจากบล็อก nvidia หนึ่งในบริษัทด้านผู้ผลิตระบบประมวลผลสำหรับงานด้านเอไอและกราฟฟิกระดับโลก ที่ได้นำเสนอในหัวข้อ “AI and Robots, Big Data and Data Science, Cloud and Systems, IT Knowledge, IT Trends and Updates” โดยสรุปออกมาได้ดังนี้
1.เอไอจะถูกนำมาใช้งานจริงกันมากขึ้นในวงการการแพทย์
2.ดีปเลิร์นนิ่งจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการจำลองและการออกแบบเชิงวิศวกรรม
3.เอไอจะกลายเป็นระบบพื้นฐานสำหรับคลินิก
4.เอไอจะเริ่มกลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการสร้างคอนเทนต์
5.การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีจะกลายเป็นการลงทุนเพื่อรองรับเอไอ
6.ไบโอเมตริกส์จะถูกนำมาใช้ทดแทนบัตรเครดิตและใบขับขี่
7.เทคโนโลยีดีปเลิร์นนิ่งใหม่ๆ จะเริ่มเผยให้นักวิเคราะห์เข้าใจว่าข้อมูลถูกนำไปประมวลผลอย่างไรบ้าง
8.เอไอ และดีป นิวรัล เน็ตเวิร์ก เอไอ จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้บนสมาร์ทโฟน
9.เอไอจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคนมากขึ้น
10.การพัฒนาเอไอจะมีความหลากหลายมากขึ้น
11.เอไอจะช่วยให้งานวิจัยด้านดาราศาสตร์สมัยใหม่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
12.เอไอจะทำให้หน้าที่ของแล็บวินิจฉัยโรคถูกย้ายมาสู่ข้างเตียงของผู้ป่วย
13.เอไอจะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวจะยิ่งมีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น
มาดูกันว่าประเทศไทยกำลังเตรียมแผนตั้งรับและพัฒนาแรงงานมนุษย์ให้เดินเคียงข้างไปพร้อมกับแรงงานปัญญาประดิษฐ์อย่างไรอย่างเท่าทัน







