posttoday
ผลิตภัณฑ์จาก‘กัญชง’ ในวิถีวัฒนธรรมของชาวม้ง

ผลิตภัณฑ์จาก‘กัญชง’ ในวิถีวัฒนธรรมของชาวม้ง

27 มกราคม 2561

พืชยาเสพติดอย่างกัญชง ที่แม้จะเป็นพืชในกลุ่มยาเสพติดประเภท 5

โดย เอกชัย จั่นทอง

พืชยาเสพติดอย่างกัญชง ที่แม้จะเป็นพืชในกลุ่มยาเสพติดประเภท 5 แต่ก็มีชาวบ้านบางกลุ่มที่ปลูกกัญชงมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ด้วยมีความเชื่อว่า ต้นกัญชงมีคุณค่ากับชีวิตและความเป็นอยู่ที่ยึดโยงไปกับธรรมเนียมประเพณี

บรรพต รัตนดิลกกุล ผู้ใหญ่บ้านแม่สายน้อย ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้ภาพการปลูกและทอผ้าใยกัญชงในชุมชนว่า การปลูกต้นกัญชงมีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษราว 200-300 ปี ต้นกัญชงเป็นพืชที่ชาวม้งหรือชาวบ้านในหมู่บ้านรู้จักกันอย่างดีและมีการปลูกกัญชงมาตลอด โดยใช้เมล็ดพันธุ์หลังเก็บเกี่ยวแต่ละครั้งมาปลูกใหม่ปีต่อปี แต่หลังจากที่มีการควบคุมใช้เมล็ดพันธุ์ปลูก เนื่องจากเป็นพืชยาเสพติดที่มีค่าสารเสพติด (THC) ปัจจุบันจึงต้องขอเมล็ดพันธุ์จากสำนักงาน ป.ป.ส.ทุกปี เพราะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีค่าสารเสพติด (THC) ต่ำกว่าเดิมและอยู่ในการควบคุม พร้อมทั้งห้ามแอบเก็บเมล็ดพันธุ์

บรรพตขยายต่อถึงความเชื่อเรื่องการปลูกกัญชงด้วยว่าเป็นเรื่องวัฒนธรรมประเพณี โดยเชื่อว่าผู้สูงอายุทุกคนต้องมีเสื้อผ้าใยกัญชงกันอย่างน้อยคนละ 1 ชุดไว้ใส่ตอนเสียชีวิต ที่สำคัญเชื่อว่าจะสามารถเดินทางไปถึงปู่ย่าตายายที่ล่วงลับไปโดยไม่ปฏิเสธลูกหลาน นอกจากนี้เมื่อผ้าใยกัญชงโดนฝังไปพร้อมกับร่างผู้เสียชีวิตแล้วสามารถย่อยสลายง่าย และเชื่อกันว่า “ถ้าร่างและสิ่งของย่อยสลายเร็วจะสามารถไปเกิดง่ายกว่า” แต่ถ้าชิ้นส่วนไหน “ไม่ยอมเน่าเปื่อยจะทำให้ไปเกิดช้า”

“รายได้ก็พอเลี้ยงครอบครัวได้นิดหน่อย แต่ราคาอาจแพงทำให้ขายยาก เพราะขั้นตอนการทำนั้นยุ่งยากและใช้เวลาทำนาน เนื่องจากใช้มือทำทุกขั้นตอน ไม่ได้ออกจากโรงงานทั่วไป ถ้ามีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาก็มีโอกาสขายได้”

บรรพตหวังว่าพืชยาเสพติดอย่างกัญชงจะเป็นพืชที่เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีการเข้ามาส่งเสริมอย่างจริงจัง และหวังว่าต้นใยกัญชงจะมีการปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สอดคล้องกับ สายฟ้า เทพวัชร ตัวแทนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรใยกัญชงทรายทอง ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เล่าให้ฟังว่า ปกติจะทำการเกษตรปลูกข้าวและลำไย ซึ่งเป็นรายได้หลักในครอบครัว แต่หากมีเวลาว่างจะนำเส้นใยกัญชงมาถักเป็นหมวกขายสร้างรายได้ เฉลี่ยต่อเดือนก็หลายพันบาท ซึ่งได้รับการตอบรับดีเหมือนกัน ขณะที่การขายก็มักจะไปขายในตลาดถนนคนเดินหรือตามตลาดในตัวเมืองเชียงใหม่ ถือเป็นสินค้าโอท็อป

ทั้งนี้ กลุ่มแม่บ้านฯ มีสมาชิก 30 คน เริ่มแรกมีการร่วมกันเรียนรู้การถัก และถักใช้เอง ถักให้ลูกหลานใช้ ต่อมาจึงรวมกลุ่มผู้สนใจมาร่วมทำงาน ปัก ถัก ร้อย เริ่มจากเชือกฝ้าย ทำเป็นหมวก กระเป๋า ต่อมาได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาใช้เส้นใยกัญชงถัก เสื้อ หมวก กระเป๋า กางเกง กระโปรง กลุ่มจึงได้ใช้ใยกัญชงผลิตเป็นผลิตภัณฑ์มาจนถึงปัจจุบัน

บุญรงศักดิ์ สายน้อย หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สาใหม่ จ.เชียงใหม่ กล่าวเสริมเรื่องกัญชงว่า สำหรับในพื้นที่หมู่บ้านแม่สาน้อย จ.เชียงใหม่ มีการปลูกไว้ประมาณ 1-2 ไร่ เพื่อทำเป็นกลุ่มทอผ้าใยกัญชงไว้ขายและสวมใส่เอง แต่เรื่องการขายอาจไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากมีราคาแพง เพราะผ้าใยกัญชงต้องใช้การทำแบบทอมือค่อนข้างใช้เวลาทำนาน

ในหมู่บ้านแห่งนี้มีการถักทอผ้าใยกัญชงมานานแล้ว เนื่องจากเกี่ยวโยงกับวัฒนธรรมของบรรพบุรุษมาดั้งเดิม ผ้าใยกัญชงมีความคล้ายคลึงกับผ้าไหมของประเทศไทย เป็นผ้ามีราคาแพง และทอไว้สำหรับใส่เป็นเครื่องนุ่งห่มตามวิถีวัฒนธรรมในช่วงประเพณีสำคัญๆ เช่น ทำบุญขึ้นปีใหม่ งานแต่งงาน เป็นต้น แม้กระทั่งทอผ้าใยกัญชงเป็นชุดไว้สวมใส่ตอนที่ตัวเองเสียชีวิตแล้ว เพราะเป็นความเชื่อว่าจะนำตัวเองหรือวิญญาณสื่อไปถึงบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นความเชื่อของชาวม้งในพื้นที่

บุญรงศักดิ์ ย้อนเล่าอาชีพของชาวม้งในหมู่บ้านแม่สาน้อยว่า ปกติชาวบ้านจะประกอบอาชีพการเกษตรเป็นหลักและค้าขายรับจ้าง ส่วนผ้าใยกัญชงเป็นเรื่องของกลุ่มแม่บ้านที่ทำเป็นลักษณะของอาชีพเสริมในครอบครัว ราคาขายต่อชุดประมาณ 800-1,000 บาท หากชุดไหนลวดลายมีความประณีตสลับซับซ้อนราคาอาจพุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เพราะทุกอย่างใช้มือถักทอเองทั้งหมด

“ส่วนศูนย์โครงการหลวงแม่สาใหม่ จะเข้าไปสนับสนุนให้ความรู้เป็นพี่เลี้ยงเรื่องการอบรม หรือนำวิทยากรที่มีความรู้ไปออกแบบลวดลายในการถักทอผ้าใยกัญชง รวมถึงวิธีการปักผ้ารูปแบบใหม่”

สำหรับการนำพืชกัญชงมาปลูกนั้น บุญรงศักดิ์ เผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ทราบดีว่าผิดกฎหมาย แต่วัตถุประสงค์ของชาวบ้านชัดเจนปลูกเพื่อนำมาแปรรูปเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ผ้าปูที่นอน ฯลฯ ไม่ใช่การปลูกเพื่อนำมาเสพเป็นยาเสพติด อีกทั้งสารออกฤทธิ์เตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) น้อยกว่ากัญชามาก

ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์กัญชงที่ชาวบ้านนำมาปลูกนั้นนำมาจากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ที่สนับสนุนการเพาะปลูกภายใต้การควบคุมของกฎหมาย โดยวิธีการปลูกกัญชงจะปลูกปีละ 1 ครั้ง ในช่วงฤดูฝน จะเก็บเกี่ยวช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. แล้วนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท