posttoday
ด่านซ้าย

ด่านซ้าย

24 มกราคม 2561

ศุภมิตร ปิติพัฒน์ ขณะจะลงมือเขียนบทความเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การต่างประเทศอัน

ศุภมิตร ปิติพัฒน์

ขณะจะลงมือเขียนบทความเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การต่างประเทศอัน

แสนชาญฉลาดของทรัมป์ เผอิญมีนิสิตเก่ามาพบเพื่อขอคำปรึกษาจากอดีตอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา เห็นว่าเรื่องที่เขาชวนคุยน่าเก็บมาเขียนต่อ เลยพับโครงการทรัมป์ไว้ เปลี่ยนมาประเดิมบทความแรกของปีด้วยเรื่องเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ ประกอบกับวันครูเพิ่งจะผ่านมาไม่นาน บทความเดือนนี้เลยได้เรื่องด่านซ้ายมาแทน

นิสิตเก่ามาถามเกี่ยวกับงานวิจัยที่ผมทำนานมาแล้วเกี่ยวกับนักวิชาการปัญญาชนฝ่ายซ้าย คุยกันไปสักพัก เขาก็ถามผมขึ้นมาว่าเคยเรียนกับอาจารย์ที่เป็นฝ่ายซ้ายบ้างไหม เขาอยากฟังว่าได้ประสบการณ์หรือความประทับใจอะไรบ้าง เพราะเขากำลังจะไปเรียนต่อกับนักวิชาการฝ่ายซ้ายทำปริญญาเอกในเร็วๆ นี้

ผมไม่รู้จักกับทิศาปาโมกข์ตะวันตกที่เป็นฝ่ายซ้าย บอกเขาว่าข้อสังเกตถ้าจะมีก็มาจากการเคยเรียนกับอาจารย์คนไทยที่เป็นฝ่ายซ้าย จะตรงหรือไม่ตรงกับอาจารย์นักวิชาการทางโน้นก็ไม่ทราบเหมือนกัน และจะใช้เหมารวมกับทุกคนที่เป็นฝ่ายซ้ายในไทยก็คงจะไม่ได้

ครูฝ่ายซ้ายที่ผมเคยเรียนด้วยเป็นคนมี Cause ผมคิดเองว่าถ้าไม่มีจิตใจและความมุ่งมั่นที่จะคิดและลงมือหาทางเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่จุดหมายดีงามอย่างหนึ่งอย่างใดอย่างจริงจัง คงจะเป็นฝ่ายซ้ายขึ้นมาไม่ได้หากไม่มีลักษณะข้อนี้ แต่อาจารย์ก็ไม่ได้มากะเกณฑ์พวกเราที่เรียนให้ต้องมาร่วมขบวนใน Cause ของอาจารย์ แน่ละว่าถ้าเรามีอุดมการณ์ในการเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางเดียวกับอาจารย์ ก็จะได้โอกาสเรียนจากอาจารย์มากขึ้น การฝึกฝนจะขยายเลยไปจากความรู้ในห้องเรียนออกไปสู่กิจกรรมเคลื่อนไหวจัดตั้งจริงๆ ของโลกภาคปฏิบัติในขบวนการแรงงานที่อาจารย์ร่วมอยู่อย่างใกล้ชิดในตอนนั้น

อาจารย์เป็นคนกวดขันให้คนเรียนอ่านงานเชิงทฤษฎีจากต้นฉบับ แทนที่จะอ่านจากตำราอธิบายทฤษฎีระดับอรรถกถาฎีกาเท่าที่ความสามารถของนิสิตจะไปไหว และแน่นอนว่าเป็นงานของฝ่ายซ้ายทั้งสิ้น ครั้งหนึ่งอาจารย์ถามคนเรียนว่าพรรคการเมืองมีกี่ประเภท ครั้นยกมือช่วยกันกับเพื่อนตอบอาจารย์ว่ามีพรรคแบบนั้นแบบนี้รวมทั้งพรรคปฏิวัติ อาจารย์บอกให้อธิบายต่อว่าพรรคปฏิวัติแตกต่างจากพรรคแบบอื่นตรงไหน ก็อธิบายต่อไม่ได้ อาจารย์ถามว่าไปอ่านมาจากไหน เรียนอาจารย์ว่าอ่านเจอเรื่องพรรคปฏิวัติจากงานของ Samuel Huntington เท่านั้นล่ะ พวกเราเลยได้ฟังอาจารย์ "สรรเสริญ" ฮันติงตันยาวเหยียดอย่างที่แฟนคลับของฮันติงตันมาได้ยินเข้าคงสะดุ้ง ในคณะที่ผมเรียนตอนนั้นแฟนคลับฮันติงตันก็มีอยู่หลายคนเสียด้วย

ตอนที่เรียนก็ไม่สู้จะเข้าใจและอาจารย์ก็ไม่ได้บอกว่าทฤษฎีของฝ่ายซ้ายในเรื่องประวัติศาสตร์เศรษฐกิจทำไมจึงสนใจถกเถียงกันนักเกี่ยวกับจุดกำเนิดและกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่นที่พบใน Brenner Debate หรือถกเถียงเกี่ยวกับพัฒนาการของสังคมหนึ่งว่าเป็นทุนนิยมตอนไหน หรือเบี่ยงเบนออกไปเป็นทุนนิยมยังไม่สมบูรณ์อย่างไร อย่างที่พบในงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อังกฤษที่จุดขึ้นมาโดย Nairn และ Anderson หรือในงานเกี่ยวกับลักษณะสังคมไทยก่อนและหลังเบาว์ริ่งของฝ่ายซ้ายไทย อาจารย์ปล่อยให้เราดั้นด้นไปทำความเข้าใจสังคมเกษตรยุคกลางจนถึงก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม และข้ออภิปรายเกี่ยวกับการเกิดเศรษฐกิจเงินตราหรือการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การเกิดแรงงานอิสระ

จนช้านานต่อมาจึงเห็นคุณูปการของอาจารย์และข้อถกเถียงทางทฤษฎีของงานฝ่ายซ้ายที่ได้อ่านว่ามันให้เครื่องมือที่ดีเลิศละเอียดลออในการบรรยายลักษณะและสภาวะทางสังคม และความเข้าใจที่จะเกิดขึ้นมาจากภาพรวมที่เป็นผลของการบรรยายนั้น คนเรียนสังคมศาสตร์จำนวนมากมองข้ามไม่ให้ความสำคัญในการบรรยายสภาพปัญหาและที่มาของสภาวะที่เป็นอยู่ให้ชัดเจนก่อน พากันข้ามไปหาหรือเห็นความสำคัญของการอธิบายเหนือกว่างานในเชิงบรรยาย เลยไม่ได้ใช้และได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเครื่องมือทางทฤษฎีสายนี้

จุดมุ่งหมายปลายทางในการสร้างความรู้ของฝ่ายซ้ายไม่ได้อยู่ที่การอธิบาย แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงสังคมและการมองหายุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมสำหรับสภาวะทางสังคมในแต่ละช่วง พวกเขาจึงจำเป็นต้องหาและพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยให้พวกเขาอ่านโครงสร้างและการทำงานที่จะส่งผลต่อความขัดแย้งและวิกฤตขององค์ประกอบส่วนต่างๆ ในสังคม และตรวจสอบจริงจังว่าเครื่องมือเหล่านั้นทำงานได้ดีเพียงใด เพราะมันมีผลต่อการปฏิบัติที่เขาจะขับเคลื่อนอะไรต่ออะไรต่อไป

ความเข้มแข็งในทางทฤษฎีที่ช่วยให้ฝ่ายซ้ายอ่านสภาวะทางสังคมได้อย่างละเอียดมีผลหลายอย่างต่อบุคลิกวิธีคิดของพวกเขา อาจารย์ฝ่ายซ้ายที่ผมเรียนกับท่านจะไม่วูบไหวไปกับแฟชั่นวิชาการเพราะท่านจะประเมินสิ่งเหล่านั้นในเชิงทฤษฎีกับภาคปฏิบัติที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอด สมัยนั้นแนวคิดเรื่อง Just-in-time และ Flexible labor market เพิ่งเริ่มฮิต อาจารย์ก็จับแนวคิดแบบนั้นมาชำแหละให้เห็นว่ามันคืออะไรในความหมายของทุนนิยมและจะส่งผลอย่างไรต่อแรงงาน การยึดขบวนการแรงงาน ที่แม้จะยังอ่อนแอไม่เป็นขบวนและอาจถูกอำนาจในสังคมชักนำไปต่างๆ ว่าเป็นหัวหอกนำการเปลี่ยนแปลง ที่ปัญญาชนอย่างอาจารย์ก็ไม่อาจแทนที่ได้ เป็นอีกตัวอย่างในจุดยืนทางทฤษฎีที่มั่นคง ใครจะมองว่าเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนก็แล้วแต่

บุคลิกอีกอย่างหนึ่งคือความเข้มงวดในการใช้เหตุผลที่อาจารย์เรียกร้องจากพวกเราและคงรวมถึงจากคนอื่นๆ ที่อาจารย์ตรวจสอบความคิดของเขาและเปิดประเด็นวิพากษ์อย่างเข้มข้นด้วย ไม่มียอมปล่อยให้เหตุผลวิบัติใดๆ หลุดรอดสายตาไปได้ รายงานของพวกเราที่ถูกตรวจสอบโดยสายตาเพ่งเล็งเข้มงวดเมื่อได้รับกลับคืนมาจะเต็มไปด้วยวงเล็กวงใหญ่ เครื่องหมายคำถาม เครื่องหมายตกใจ และความเห็นที่ชี้ข้อบกพร่องแดงพราวเต็มหน้า

และโดยเหตุที่อ่านสภาวะทางสังคมได้ละเอียดจากเครื่องมือทางทฤษฎีที่มีอยู่ ทำให้อาจารย์ไม่ได้เป็นคนมองโลกสวย แม้ว่าต้องการเห็นและลงมือช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำโลกให้งดงามขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นใครๆ ไม่เอารัฐ ว่ารัฐหมดความสำคัญ อาจารย์กลับบอกว่า อย่าประเมินสิ่งที่คงทนอยู่ในทุนนิยมต่ำเกินไป ผมเลยรู้จากอาจารย์ว่าอะไรคือความหมายของ "pessimism of the intellect, optimism of the will." n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท