
อินเดีย-อาเซียน คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
*คอลัมน์ เล่าเรื่องอาเซียน ค่ะ *เอารูปออกขณะที่ "จีน" ผงาดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนไม่อาจหยุดยั้งได้ นักยุทธศาสตร์ทั่วโลกจึงกำลังหันไปมอง "อินเดีย" มากขึ้นระคนหวาดหวั่น โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่า อินเดียซึ่งมีประชากรมหาศาลและจีดีพีเติบโตพุ่งทะยานจะกลายเป็นคู่แข่งกับเพื่อนบ้านทางเหนือ
*คอลัมน์ เล่าเรื่องอาเซียน ค่ะ *เอารูปออก
ขณะที่ "จีน" ผงาดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนไม่อาจหยุดยั้งได้ นักยุทธศาสตร์ทั่วโลกจึงกำลังหันไปมอง "อินเดีย" มากขึ้นระคนหวาดหวั่น โดยหลายฝ่ายคาดหวังว่า อินเดียซึ่งมีประชากรมหาศาลและจีดีพีเติบโตพุ่งทะยานจะกลายเป็นคู่แข่งกับเพื่อนบ้านทางเหนือ
ในทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว คาดกันว่าอินเดียจะลุกขึ้นต้านการแผ่อิทธิพลของจีนในมหาสมุทรอินเดีย (ซึ่งแอบซ่อนภายใต้โครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง : One Belt One Road)
อันที่จริงแล้ว ในสัปดาห์นี้ บรรดาผู้นำอาเซียน (บางทีอาจจะเป็นโอกาสพอเหมาะนิดหน่อย) จะพบปะกับนายกรัฐมนตรี นเรนทร โมที ในกรุงนิวเดลี เพื่อเฉลิมฉลองสายสัมพันธ์ทางการทูตครบ 25 ปี ซึ่งคนช่างสงสัยอาจครุ่นคิดว่ามีอะไรที่คู่ควรแก่การฉลองจริง หรือเปล่า
อย่างไรก็ดี การพบปะครั้งนี้มีความหมาย เพราะสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียนแล้ว อินเดีย "มีความสำคัญ"
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางการค้า ศาสนา และวัฒนธรรมแล้ว แม้หลายคนจะบ่นเรื่องการบริหารที่ผิดพลาดของโมที (เห็นได้จากวาทะชาตินิยมฮินดูสุดขั้ว) บวกกับนโยบายเศรษฐกิจชวนเพ้อฝันบ่อยครั้ง แต่อาเซียนจะเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์มากที่สุดจากการที่อินเดียผงาดขึ้นมา แม้จะไม่เจิดจรัสอย่างที่จินตนาการไว้ก่อนหน้านี้ก็ตาม
เมื่อมองไปข้างหน้า อาเซียนจะได้ประโยชน์อีกมากในการกระชับความสัมพันธ์กับยักษ์เอเชียใตั ซึ่งมีประชากร 18% ของทั่วโลก
เมื่อไม่นานนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดการณ์ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจอินเดียจะอยู่ที่กว่า 7% ในปีนี้ แซงหน้าจีนที่คาดว่าจะเติบโต 6.8% ยิ่งไปกว่านั้น ที่ประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม คาดการณ์ว่า อินเดียจะก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 รองจากจีนภายในปี 2050
เมื่อนับรวมกันแล้ว ประชากรอาเซียนและอินเดียคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของโลก และจีดีพีของอินเดียและอาเซียนคิดเป็นทั้งหมดที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การนำเข้าน้ำมันปาล์มสัดส่วน 2 ใน 3 ของอินเดีย คิดเป็นมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ มาจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเมื่อปีที่แล้ว อินเดียนำเข้าน้ำมันปาล์มจากมาเลเซีย 3 ล้านตัน และจากอินโดนีเซียกว่า 2 ล้านตัน โดยอินโดนีเซียนั้นเกินดุลการค้ากับอินเดียมากที่่สุดที่ 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ธุรกิจการจ้างบุคคลที่สามมาทำกิจการบางส่วน (BPO) อันคึกคักของฟิลิปปินส์ ซึ่งขับเคี่ยวอย่างสูสีกับอินเดีย สร้างรายได้ถึง 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ให้กับภาคส่วนดังกล่าวของอินเดียที่ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียยังทำกำไรให้อาเซียนอย่างงามไม่แพ้นักท่องเที่ยวจีน โดยในอินโดนีเซียนั้น นักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มขึ้น 39% เมื่อปีที่แล้ว สูงสุดในบรรดาประเทศต้นทาง
ขณะที่ความหลากหลายด้านประชาธิปไตยของอินเดียถือเป็นตัวเลือกสำหรับภูมิภาคเรา แทนที่ประเทศพรรคการเมืองเดียวอย่างจีน
คงจะไม่ฉลาดนักหากจะคิดว่าอิทธิพลระยะยาวของจีนต่อภูมิภาคจะบดบังอิทธิพลอินเดีย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาจตรงกันข้ามกันก็เป็นได้ พวกเราในภูมิภาคจึงควรต้องจดจำสิ่งนี้เอาไว้
แม้เราจะยังต้องระวังแรงกดดันทางการเมืองภายในของอินเดีย แต่นั่นก็เป็นความจริงที่ภูมิภาคเราต้องพึงตระหนักไว้พอๆ กับจีน
แม้ความท้าทายจะยังมีอยู่มาก แต่ก็นับว่าคุ้มค่าในการกลับไปผูกสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยนี้







