posttoday
สนช.เอือมนักการเมือง ยุยืดเวลา คสช.อีก 5 ปี

สนช.เอือมนักการเมือง ยุยืดเวลา คสช.อีก 5 ปี

24 มกราคม 2561

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์ในที่สุดร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ทั้งนี้กรรมาธิการวิสามัญได้มีการปรับแก้ไขหลายประเด็นจนที่ประชุมหยิบยกมาอภิปรายอย่างกว้างขวาง

ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ในที่สุดร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ทั้งนี้กรรมาธิการวิสามัญได้มีการปรับแก้ไขหลายประเด็นจนที่ประชุมหยิบยกมาอภิปรายอย่างกว้างขวาง

วิทยา ผิวผ่อง ประธาน กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงเหตุผลที่ขยายเวลาออกไป 90 วัน เพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับผล กระทบตรง มีเวลาเตรียมตัวจะได้ไม่ประพฤติ ผิดหรือทำผิดโดยเจตนา อยากให้กฎหมายฉบับนี้เป็นการพัฒนาการเลือกตั้งและพัฒนา ประชาธิปไตยเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ อีกทั้งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ทำความเข้าใจกับหลักเกณฑ์ฉบับใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่

ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ เสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าว เพราะเปลี่ยนหลักการเดิมที่ กรธ.กำหนดไว้ ซึ่ง สนช.ได้ลงมติรับหลักการในวาระแรก และรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดขั้นตอนระยะเวลาการเลือกตั้ง สส.เป็นครั้งแรก ภายหลังกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ โดยต้องเลือกตั้งภายใน 150 วัน ซึ่งมีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งได้

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิก สนช.อภิปราย โดย พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต ระบุว่า ถ้าไม่มีวันที่ 22 พ.ค. 2557 ก็ไม่มีประเทศไทยแบบทุกวันนี้จะมีแต่การ เผาบ้านเผาเมือง แบ่งแยกประเทศ จับอาวุธสงครามมากมาย และการพัฒนาประเทศจะไม่เกิดขึ้น

"ขอถามว่าที่ผ่านมานักการเมืองทำอะไร เพื่อประเทศและประชาชนบ้าง มีแต่ใช้วาทกรรมบิดเบือน ชักศึกเข้าบ้าน เรื่องการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นขอเสนอให้บังคับใช้กฎหมายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 60 เดือน หรือ 5 ปี เพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี"

สำหรับมาตรา 35 สมาชิกส่วนใหญ่ อาทิ เจตน์ ศิรธรานนท์ รองประธาน กมธ. คนที่ 4 ในฐานะเสียงข้างน้อย มณเฑียร บุญตัน อภิปรายไม่เห็นด้วยที่ กมธ.ได้เขียนเพิ่มเติม 3 ข้อ โดยเฉพาะ (4) สิทธิสมัครรับราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ตามกฎหมายว่า ด้วยระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา เนื่องจากเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตามมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญ

วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. กล่าวว่า "การตัดสิทธิการสมัครเข้ารับราชการเป็นการตัดสิทธิเกินควร มีเจตนาให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ รู้ชัดๆ ว่าการเติมข้อความดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญ แล้วทำ ทำไม หรือเพื่อต้องการให้มีการยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นการเมืองล้วนๆ ไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้น ขอให้ กมธ.ถอนถ้อยคำดังกล่าวออกไป"

ตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. ระบุว่า กมธ.มีนักกฎหมายมากมายที่เข้าใจไม่ต่างจากพวกตน ย่อมรู้ว่าการเขียนกฎหมายขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ และกำลังเขียนกฎหมายเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง สส. ดังนั้นน่าจะยอมรับความจริงและควรเพิกถอนออกไป หากไม่ยอมพวกตนก็คงต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ

เสรี สุวรรณภานนท์ กมธ.เสียงข้างมาก กล่าวว่า มาตรา 35 นั้นคงต้องถาม กรธ.ว่า (1) (2) (3) มีเจตนาอะไร เพราะมีการใช้คำว่าจำกัดสิทธิการสมัคร ซึ่งถือว่าขัดรัฐธรรมนูญเหมือนกัน แต่เมื่อจะเขียนเพื่อกระตุ้นให้คนมาลงคะแนนก็ต้องเขียนให้สมบูรณ์

"ซึ่งเดิมคิดไปไกลถึงขั้นตัดสิทธิการรับราชการทั้งหมด หรือผู้มีตำแหน่งในปัจจุบันก็พ้นจากตำแหน่งด้วย ทั้งหมดเจตนาเพื่อให้มาลงคะแนน หากป่วยหรือมีความจำเป็น หรือติดภารกิจก็สามารถแจ้งได้ทั้งก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง ยืนยันว่าเราเจตนาเขียน เพื่อให้คนมาลงคะแนนมากๆ เพื่อสู้กับคะแนนที่เกิดจากการซื้อเสียง"

สำหรับมาตรา 75 กมธ.เสียงข้างมาก มีมติให้สามารถจัดแสดงมหรสพ โดย ธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรธ.ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วย เพราะผิดไปจากการโฆษณาหาเสียงของนโยบายพรรค และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมยังเกิดความเหลื่อมล้ำในวิธีการหาเสียงเลือกตั้ง จนเกิด ความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ เรื่องนโยบาย

"รัฐธรรมนูญ 2540 พยายามดำเนินการให้พรรคการเมืองเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีความน่าเชื่อถือต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และรัฐธรรมนูญ 2560 จึงกำหนดการปฏิรูปประเทศเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ที่สำคัญคือการปฏิรูปด้านการเมืองให้พรรคการเมืองมีมาตรฐาน ดังนั้น การดำเนินการต่างๆ จึงสำคัญกับการพัฒนานโยบายพรรคเพื่อนำมาโฆษณาหาเสียง แต่ไม่ใช่ใช้มาตรการอื่นมาชักจูงจนทำให้ประชาชนไขว้เขวในระบบการเมืองที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม"

ขณะที่ เสรี กล่าวว่า การให้มีมหรสพจะช่วยป้องกันการเกณฑ์คนมาได้ ส่วนเรื่องการได้เปรียบหรือเสียเปรียบไม่ใช่ปัญหา เพราะควบคุมการใช้จ่ายเงินได้ ยืนยันว่า อดีตที่มีปัญหาเพราะไม่มี กกต. แต่วันนี้ กกต.มีอำนาจมากมาย และยังมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเข้ามาช่วยอีกด้วย รวมทั้งยังมีกล้องมือถือถ่ายเป็นหลักฐานได้ ดังนั้น การมีมหรสพจะแก้เรื่องเกณฑ์คนและควบคุมเสียงเลือกตั้งได้

ด้าน ตวง มองว่า ถ้าจะสร้างมิติการเมืองสมัยใหม่ก็ควรคำนึงค่านิยมปัจจุบันด้วย ทำไม กกต.ไม่ให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของเวที หรือเป็นคนจัดเวทีเอง และ กกต.ก็นำงบไปสนับสนุน ยืนยันว่า มหรสพทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูงมาก พรรคขนาดเล็กจะสู้พรรคขนาดใหญ่ไม่ได้ แม้ กมธ.จะบอกว่ามีมาตรการควบคุม ค่าใช้จ่ายก็ตาม

"แต่กรณีการเชิญศิลปินดาราดังมาร่วมขึ้นเวทีหาเสียงจะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร เช่น ค่าตัวราคาตลาดปัจจุบัน 5 ล้านบาท แต่เมื่อขึ้นเวทีกลับบอกว่ามีค่าตัว 5,000 บาท เป็นต้น และถ้าจะให้มีมหรสพ กกต.ควรจะมีงานวิจัยหรือการศึกษาว่าส่งผลต่อการเลือกตั้งที่มีคุณภาพมากกว่ากัน ผมคิดว่าแทนที่จะพัฒนากฎหมายให้ไปข้างหน้า แต่คิดว่าเรื่องมหรสพเป็นเรื่องเก่าที่เคยมีมาแล้ว และจะทำให้เกิดเป็นปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม"

ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ สำนักงาน กกต. ในฐานะ กมธ. ชี้แจงว่า กมธ.ได้นำข้อศึกษาของ กมธ.ขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมือง มาใช้ ประกอบการพิจารณา ส่วนการคิดค่าใช้จ่ายค่าตัวดารานักร้องนั้น ทาง กกต.เตรียมจะออกระเบียบเรื่องนี้อยู่แล้ว แม้ผู้สมัคร จะเชิญศิลปินโดยอ้างว่าคิดค่าตัวแค่ครึ่งหนึ่งหรือช่วยฟรี แต่ กกต.จะยึดราคาตลาดปัจจุบันของศิลปินนั้นๆ รวมเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งของผู้สมัครด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท