
อิงก์เจ็ตโตต่อเนื่อง5ปี
บราเดอร์ฯ มองดิจิทัลขยายวงไร้กระทบธุรกิจเครื่องพิมพ์ หลังอิงก์เจ็ตแท็งก์ขยายตัวก้าวกระโดด 5 ปี ดัน 5 รุ่นใหม่ปั้นยอดขายปี 2561 โต 10%
บราเดอร์ฯ มองดิจิทัลขยายวงไร้กระทบธุรกิจเครื่องพิมพ์ หลังอิงก์เจ็ตแท็งก์ขยายตัวก้าวกระโดด 5 ปี ดัน 5 รุ่นใหม่ปั้นยอดขายปี 2561 โต 10%
นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล ประเทศไทย เปิดเผยว่า ระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทต่อประเทศไทย 4.0 จะไม่ส่งผล กระทบต่อภาคธุรกิจเครื่องพิมพ์ เนื่องจากจะมีการใช้งานในกลุ่มลูกค้าหลัก โดยเฉพาะประเภทธุรกิจเอสเอ็มอี กลุ่มสำนักงานขนาดเล็ก และออฟฟิศที่บ้าน หรือ SOHO ที่จะขยายตัวต่อเนื่อง จากการใช้พิมพ์ รายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ เอกสารที่สำคัญ แม้การใช้งานของกลุ่มลูกค้าประเภทผู้ใช้งานตามบ้านจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม
"การเปลี่ยนผ่านของดิจิทัลจะไม่ กระทบต่อธุรกิจเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต เนื่องจาก กลุ่มคนที่ไม่ใช้งานจะมีจำนวนน้อยกว่า กลุ่มคนที่ใช้งาน และเทรนด์ของเครื่อง พิมพ์มัลติฟังก์ชั่น พรินเตอร์ จะเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญในการเติบโตในยุคดิจิทัล" นายธีรวุธ กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตระบบ แท็งก์ มีสัดส่วนขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 13% ในปี 2556 เป็น 61% ในปี 2560 เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมา เลือกซื้อเครื่องอิงก์เจ็ตแท็งค์จากผู้ผลิต เพราะมีการรับประกันตัวเครื่อง และต้นทุน ที่ไม่แตกต่างจากการนำเครื่องไปติดระบบ แท็งก์เพิ่มเอง
สำหรับไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2560 ตลาดเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตแท็งก์ขยายตัวสูง 25% จากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน และคาดว่าตลอดทั้งปีจะมีเครื่อง อิงก์เจ็ตแท็งก์รวมกว่า 4.8 แสนเครื่อง โดยบริษัท เป็น 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำตลาดที่มียอดขายสูงสุดในไทย ล่าสุดมียอด ขายอิงก์เจ็ตแท็งก์เติบโตกว่า 55%
ดังนั้น บริษัทจึงพร้อมตลาดในไทย ต่อเนื่อง โดยนำ 5 สินค้าใหม่พัฒนา ภายในเรื่องของฟังก์ชั่น งานดีไซน์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้งาน การเพิ่มประสิทธิภาพการพิมพ์ และการพัฒนาคุณภาพสีให้ คมชัด ภายใต้แนวคิด คุณภาพสี สะกดทุกสายตา ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยให้ส่วนแบ่งตลาดในปีงบประมาณ 2561 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 23% และช่วยให้การเติบโต ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์ อิงก์เจ็ตขยายตัวมากกว่า 10%
พร้อมกันนี้ได้วางแผนการตลาด ทำประชาสัมพันธ์ทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ โดยเปิดตัวกิจกรรมเชิงอินเตอร์ แอ็กทีฟกับกลุ่มเป้าหมาย การใช้เฟซบุ๊กแฟนเพจสร้างกิจกรรมและแคมเปญ การใช้เครือข่ายโฆษณาแบบดิสเพลย์การทำการตลาดออนไลน์เพื่อการโปรโมทผ่านการส่งอีเมลไดเรกต์มาร์เก็ตติ้ง
ขณะเดียวกัน บริษัทวางแผนจัดโรดโชว์นำสินค้าไปพบกับลูกค้าและผ่านตัวแทนจำหน่าย เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายในจุดหลักๆ ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ในช่วงเปิดตัว 5 ผลิตภัณฑ์ใหม่จะจัดโปรโมชั่นพิเศษ รับประกัน นาน 2 ปี หรือ 3 หมื่นแผ่น และบริการหลังการขายที่ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์บริการรวม 141 แห่งทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าด้านบริการอำนวยความสะดวกในบริการหลังการ ขาย







