
เล็งหั่นเบี้ยไมโครอินชัวรันส์
คปภ.ผุดแนวคิดใหม่ไมโครอินชัวรันส์ หั่นเบี้ย ลดจำนวนวันคุ้มครอง กระตุ้นกำลังซื้อ หวังขยายตลาดประกันภัยราคาถูก
คปภ.ผุดแนวคิดใหม่ไมโครอินชัวรันส์ หั่นเบี้ย ลดจำนวนวันคุ้มครอง กระตุ้นกำลังซื้อ หวังขยายตลาดประกันภัยราคาถูก
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการประกันภัยไมโคร อินชัวร์รันส์ หรือประกันภัยราคาถูก ที่ทาง คปภ.และภาคเอกชน ออกมาเพื่อให้ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย มีโอกาสเข้าถึงความคุ้มครอง เพื่อสร้างหลักประกันให้กับชีวิต
"ที่ผ่านมา ทางเราพยายามกระตุ้นและรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญ ของการประกันภัยทั่วประเทศ รวมทั้งมีการปรับราคาเหลือ 100 บาท แต่เปิด ขายเป็นช่วงๆ โดยจะได้รับความคุ้มครอง ทั้งปี แต่ทั้งนี้จำนวนผู้ซื้อยังมีน้อย" นาย สุทธิพล กล่าว
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ทาง คปภ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งพยายามที่จะพัฒนาและปรับกลยุทธ์แนวทางเพื่อกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อ เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเอง โดยจะมีการทบทวนจำนวนวันที่คุ้มครองให้สั้นลง หรือเฉพาะช่วงเทศกาล จะทำให้สามารถทำราคาได้ต่ำลงไปอีก โดยได้แนวคิดจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก มีการซื้อประกันภัย ให้กับเยาวชนและเจ้าหน้าที่เข้าร่วม การแข่งขัน "ขุนด่านเกมส์" ที่ซื้อความคุ้มครอง 10 วัน ทำให้ได้เบี้ยต่ำจากปัจจุบันคิดที่ 100 บาท คุ้มครองยาว 1 ปี
นอกจากนี้ กำลังพยายามมองหา ความร่วมมือกับโครงการรัฐ ที่สามารถนำประกันภัยไมโครอินชัวรันส์เข้าไปบริหารความเสี่ยง เพื่อให้เกิดการขยายตลาด ในวงกว้าง เพราะจากการศึกษาการทำตลาดไมโครอินชัวรันส์ในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ มีการนำไปผูกกับโครงการช่วยเหลือของภาครัฐ เช่น ที่ฟิลิปปินส์ ประเทศในแอฟฟริกา ใน ลักษณะเดียวกับการอุดหนุนเบี้ยประกันภัยนาข้าว
"ความพยายามกระตุ้นกำลังซื้อประกันภัยไมโครอินชัวรันส์ไม่ได้มุ่งเพื่อหากำไร เพราะโครงการนี้มีขึ้นมาเพื่อสร้างความตระหนักให้สังคมได้เห็นความสำคัญของการประกันภัย และที่พยายามปรับปรุงเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับประชาชน ผู้มีรายได้น้อยมีความคุ้มครองมากขึ้น ส่วนการทำกำไรจากประกันภัยดังกล่าวจะเป็นอีกเฟสหนึ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ทุกคนเห็นว่าประกันภัยเป็นสิ่งจำเป็นและมีการเข้ามาซื้อจำนวนมาก" นายสุทธิพล กล่าว
ทั้งนี้ 11 เดือนแรกของปี 2560 มีจำนวนผู้ทำประกันภัยไมโครอินชัวรันส์ผ่านบริษัทประกันวินาศภัย 483,421 ราย เบี้ยประกันภัยรับรวม 143 ล้านบาท และซื้อผ่านบริษัทประกันชีวิตรวม 129,383 ราย เบี้ยรับรวม 37.13 ล้านบาท







