
SMEs กับการนำไทย สู่โลกยุค 4.0 (5)
ดร.วิรไท สันติประภพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนอกจากนี้ ในโลกยุคใหม่ที่การแข่งขันรุนแรง อาจจะทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง แต่การทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จต้องไม่ใช่เรื่องเสียหาย ผู้ประกอบการธุรกิจที่ล้มลงจะต้องสามารถกลับมาลุกขึ้นใหม่ได้เร็ว ธุรกิจที่ผ่านประสบการณ์ความผิดพลาดมาแล้วจะเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยมากกว่าธุรกิจ Start-up ที่เริ่มต้นใหม่เสียอีก แต่กระบวนการกฎหมาย กฎเกณฑ์ และทัศนคติของเราไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ล้มลงสามารถลุกขึ้นยืนได้ใหม่ได้เร็ว สินทรัพย์จำนวนมากถูกล็อกไว้ในกระบวนการทางกฎหมายที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน
ดร.วิรไท สันติประภพผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ในโลกยุคใหม่ที่การแข่งขันรุนแรง อาจจะทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง แต่การทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จต้องไม่ใช่เรื่องเสียหาย ผู้ประกอบการธุรกิจที่ล้มลงจะต้องสามารถกลับมาลุกขึ้นใหม่ได้เร็ว ธุรกิจที่ผ่านประสบการณ์ความผิดพลาดมาแล้วจะเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยมากกว่าธุรกิจ Start-up ที่เริ่มต้นใหม่เสียอีก แต่กระบวนการกฎหมาย กฎเกณฑ์ และทัศนคติของเราไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่ล้มลงสามารถลุกขึ้นยืนได้ใหม่ได้เร็ว สินทรัพย์จำนวนมากถูกล็อกไว้ในกระบวนการทางกฎหมายที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน
เรื่องที่สอง การส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานกลาง (Open platform) เพื่อช่วยยกระดับความสามารถการแข่งขัน และส่งเสริมให้ SMEs สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยเฉพาะประโยชน์จากพัฒนาการของเทคโนโลยีใหม่ๆ
แม้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะเป็นโอกาสที่จะช่วยยกระดับผลิตภาพ แต่งานศึกษาของ OECD ทั่วโลกชี้ว่า ธุรกิจขนาดใหญ่มีผลิตภาพ (Productivity) โดยรวมสูงกว่าบริษัท SMEs เฉลี่ย 4-5 เท่า 6 และบริษัทขนาดใหญ่ยังมีระดับการพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเร็วกว่า SMEs มาก ทำให้ช่องว่างของความสามารถในการแข่งขันระหว่าง SMEs กับธุรกิจขนาดใหญ่กว้างขึ้นเรื่อยๆ อันนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะเพียงในประเทศไทยเท่านั้น
หากดูข้อมูล NPL ในประเทศไทยที่แยกตามประเภทและขนาดของธุรกิจก็จะพบข้อสรุปทำนองเดียวกัน เราจะเห็นการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ในหลายภาคธุรกิจ อาทิ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด ธุรกิจก่อสร้าง และการค้าส่งและปลีก
ในภาคธุรกิจเหล่านี้เราเห็น NPL ของธุรกิจขนาดใหญ่มีแนวโน้มลดลง สวนทางกับ NPL ของ SMEs ที่โน้มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ SMEs มีสายป่านสั้น แต่อีกส่วนเชื่อว่าเป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ทำให้ SMEs โดยเฉพาะ SMEs ในต่างจังหวัดไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่จากส่วนกลาง ที่มีความสามารถในการแข่งขันเหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นในด้านผลิตภาพ เทคโนโลยีที่สูงกว่า หรือเครือข่ายการทำธุรกิจที่กว้างกว่า
การยกระดับศักยภาพของ SMEs เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่ต้องทำจริงจังและทำอย่างรอบด้าน ที่ผ่านมาเราอาจจะให้น้ำหนักกับเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อมาก เพราะการเข้าถึงสินเชื่อหรือ ตัวเลขภาคการเงินเห็นได้ง่าย เป็นกระจกเงาแรกที่สะท้อนปัญหา การทำธุรกิจของ SMEs เหมือนกับเวลาที่เราป่วยแล้วมีไข้ แต่การ เข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ และแก้ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ในระยะยาว การแก้ปัญหาเฉพาะภาคการเงินอาจจะเหมือนกับการให้ยาแก้ไข้ ไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่สาเหตุของการป่วยอาจจะรุนแรงกว่าการเป็น ไข้มาก
ผมคิดว่า SMEs ต้องการการสนับสนุนด้านความคิด ด้านการตลาด การเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ การบริหารจัดการ การพัฒนาพนักงาน เครือข่ายการทำงาน และการวิจัยและพัฒนา มิติเหล่านี้จะสร้างศักยภาพ SMEs ให้สูงขึ้น ซึ่งหนึ่งในแนวทางที่สำคัญ คือ การสร้าง Open platform ให้ SMEs สามารถเข้าถึง ความรู้ ข้อมูล เทคโนโลยีและบริการสมัยใหม่ที่ตรงกับความต้องการของ SMEs แต่ละรายได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น
ในวันนี้เรามีตัวอย่างของ Open platform หลายแห่งเกิดขึ้น เช่นในด้านการออกแบบ TCDC (Thailand Creative & Design Center) เป็น Platform ข้อมูลความรู้ด้านการออกแบบ ที่สามารถดึงดูดผู้สนใจเข้ามาสัมผัสแบ่งปันจินตนาการ และสร้างสรรค์ร่วมกัน หรือในด้านความรู้ KX7 (Knowledge Exchange) เป็น Open Collaboration Platform ทางความรู้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีจัดสรรอาคารให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดึงดูดให้ SMEs เข้ามาพูดคุยกันรวมถึงเป็นพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาให้กับ SMEs ได้อย่างตรงจุด
นอกจากนี้ ในต่างประเทศมี Open platform ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับ SMEs อีกมาก ภาครัฐไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ Platform เหล่านี้ แต่ควรส่งเสริมให้เกิด Platform เหล่านี้ขึ้น และให้มีรูปแบบการทำงานที่เปิดกว้าง สามารถเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ของภาครัฐได้โดยง่าย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ของ SMEs ที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งส่วนที่จะเป็นโอกาสและความท้าทาย และตระหนักดีว่า เราก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่อาจจะทำให้ SMEs ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้อย่างเท่าทัน เราจึงได้ปรับยุทธศาสตร์ ให้สอดรับกับการก้าวเข้าสู่โลกยุค 4.0 โลกที่เทคโนโลยีจะมีความสำคัญมากขึ้น ผมขอเล่าถึงตัวอย่างงานสองสามด้านสำคัญที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา n







