
อัดงบกลางปี 1.5 แสนล. อุดจุดอ่อนฟื้นรากหญ้า
อนัญญา มูลเพ็ญที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่16 ม.ค. 2561 มีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (งบกลางปี) วงเงิน1.5 แสนล้านบาท นับเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการออกงบประมาณกลางปี โดยปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมาได้ออกเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท
อนัญญา มูลเพ็ญ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่16 ม.ค. 2561 มีมติเห็นชอบแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (งบกลางปี) วงเงิน1.5 แสนล้านบาท นับเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการออกงบประมาณกลางปี โดยปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมาได้ออกเพิ่มเติม 1.9 แสนล้านบาท
แม้การออกงบกลางปี 2561 จะถูกมองจากบางกลุ่มว่าออกมาในช่วงที่กลิ่นอายการเมืองกำลังกรุ่นไปทั่ว แนวโน้มที่รัฐบาล คสช.หมายมาดคะแนนนิยมจากกลุ่มเกษตรกร คนจน กลุ่มฐานราก ซึ่งเป็นฐานเสียงขนาดใหญ่ของประเทศ แต่หากพิจารณาถึงไส้ในของเศรษฐกิจจริงจะพบว่าเศรษฐกิจระดับฐานรากยังอยู่ในภาวะซบเซาท่ามกลางเศรษฐกิจในภาพรวมที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แสดงให้เห็นการขยายตัวที่ต่อเนื่องของเศรษฐกิจในภาพรวมโดยมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นมา ที่จีดีพี สามารถกลับมายืนเหนือ 3% ได้ โดยตลอดปี 2559 เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 3.2% และต่อเนื่องมาเป็น 3.3% 3.8% และ 4.3% ในไตรมาส 1-3 ปี 2560 และหลายหน่วยงานรวมถึง สศช.เองคาดว่าในไตรมาสสุดท้ายจะโตถึง 4% ได้
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตดังกล่าว มาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจนอกภาคเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะการส่งออกที่ดีวันดีคืนตามเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในปี 2560 ที่ผ่านมา ต้องยกให้เป็นปีของการส่งออก โดยทั้งปีสามารถเติบโตได้ 9.9% ขยายตัวรายไตรมาสที่ 6.8% 7.9% 12.5% และ 11.71% ตามลำดับ ซึ่งสินค้า ส่งออกหลักของไทยนั้นคือสินค้าในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่การท่องเที่ยว ลงทุนของภาครัฐเอกชนก็เติบโตต่อเนื่อง ทำให้การเติบโตนั้นกระจุกอยู่ในเศรษฐกิจระดับกลางไปถึงระดับบน
ในภาคเกษตรที่มีคนอยู่ในภาคนี้กว่า 40% ของคนทั้งประเทศ แม้จะพบว่า ผลผลิตในปี 2560 ได้ปรับตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี 2559 โดยการผลิตเติบโต 5.7% 16.1% และ 9.9% ในไตรมาส 1-3 เทียบกับทั้งปี 2559 ที่โตเพียง 0.6% แต่รายได้ของเกษตรกรนั้นค่อนข้างผันผวน โดยปี 2560 ที่ผ่านมา เริ่มต้นปีได้ดีโดยรายได้เกษตรกรเติบโต 16.5% และ 15.9% ได้ในไตรมาส 1-2 แต่กลับมาร่วงลงติดลบ 2.6% ในไตรมาส 3 สวนทางการผลิตที่เติบโตดี เนื่องจากราคา ของสินค้าหลักที่ลดลง เช่น ข้าวเปลือก มันสำปะหลัง ข้าวโพด ผลไม้ ปาล์มน้ำมัน
จากข้อมูลจริงที่ออกมาจึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อไปถามผู้คนในภาคเกษตร คนต่างจังหวัด รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าร้านตลาดจะได้รับคำตอบว่า เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายไม่คล่อง ดังนั้นจุดที่ยังอ่อนและเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลละเลยไม่ได้จึงอยู่ที่เศรษฐกิจระดับล่าง เป็นเหตุผลหลักที่รัฐบาลต้องเร่งออกงบกลางปี 2561 เข้ามาอุดจุดอ่อน และงบประมาณก้อนนี้หากสามารถออกมาเร็วจะสามารถดูแลเศรษฐกิจในภาพรวมได้หากเกิดกรณีที่แรงส่งหลักอย่างการส่งออกที่อาจอ่อนตัวลงหลังเจอพิษค่าเงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ปลายปีที่แล้วต่อเนื่องถึงขณะนี้
เป้าหมายหลักของงบกลางปี 2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท แยกเป็นส่วนใช้จ่ายตามนโยบายรัฐบาล 100,358 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังจำนวน 49,641.9 ล้านบาท โดยเป้าหมายการใช้จ่ายงบประมาณ 100,358 ล้านบาท ชัดเจนว่าอยู่ที่เศรษฐกิจระดับล่าง แยกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก การพัฒนาเศรษฐกิจฐาน รากยกระดับสวัสดิการ 35,000 ล้านบาท ส่วนที่ 2 การพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านโครงการประชาคม สร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียน สำหรับประชาชนในการพัฒนาอาชีพ 35,358 ล้านบาท และ ส่วนที่ 3 โครงการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรทั้งระบบวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท
"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า งบกลางปี วงเงิน 1.5 แสนล้านบาทนี้ออกมาเพื่อให้ เกิดความต่อเนื่องของนโยบายการยกระดับ เศรษฐกิจฐานรากที่ได้มีชุดมาตรการออกมาแล้ว ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 โดยไม่ต้อง รองบประมาณใหม่ปี 2562 ที่จะเริ่มในเดือน ต.ค. 2561 ซึ่งการกู้เงินเพิ่มเติมจากการทำงบกลางปีนี้จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นแต่ไม่เกิน 45% เพราะเศรษฐกิจเติบโตขึ้นด้วย







