posttoday
ธุรกิจไทยปรับตัว ใช้หุ่นยนต์แทนแรงงาน

ธุรกิจไทยปรับตัว ใช้หุ่นยนต์แทนแรงงาน

25 มกราคม 2561

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้หลายธุรกิจเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องจักรและหุ่นยนต์เข้ามาร่วมในการทำงาน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ประสิทธิภาพและลดต้นทุน

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้หลายธุรกิจเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องจักรและหุ่นยนต์เข้ามาร่วมในการทำงาน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ประสิทธิภาพและลดต้นทุน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวในประเทศไทย ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยนั่งแท่นอยู่อันดับ 3 ของอาชีพที่ถูกแทนด้วยหุ่นยนต์ ในอัตราส่วน 72% รองจากจีน ซึ่งเป็นอันดับ 2 ด้วยอัตราส่วน 77% และอันดับ 1 เป็นของเอธิโอเปีย ด้วยอัตราส่วนที่ 85%

จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้หลายองค์กรต้องหันมาต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่ปรับตัวตามให้ทันอาจส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจได้

ศุภชัย ปาจริยานนท์ ประธานคณะผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท แมคฟิว่า (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า สิ่งที่องค์กรต่างๆ ต้องนำมาต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อ คือ 1.ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เนื่องจากการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องชอบความเสี่ยงมากกว่าความปลอดภัย เพราะปัจจุบันนวัตกรรมต่างๆ เกิดเร็วมาก

ขณะเดียวกัน ต้นทุนก็มีการปรับเพิ่มขึ้น ปัจจัยที่จะทำให้องค์กรอยู่ได้และลดต้นทุน คือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งองค์กรใหญ่หลายองค์กรได้เริ่มดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไปบ้างแล้ว

ข้อที่ 2 การเปลี่ยนแรงผลักเป็นแรงดึง เมื่อก่อนการทำธุรกิจจะเน้นการมีสต๊อกสินค้าจำนวนมาก และเมื่อมีสินค้าจำนวนมากก็ต้องมีคลังสินค้าไว้คอยเก็บสินค้า แต่ปัจจุบันไม่ต้องดำเนินธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวแล้ว เพราะการทำธุรกิจด้วยการสต๊อกสินค้าจำนวนมากทำให้มีต้นทุน

จากจุดอ่อนดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มหันมาจับมือกับพันธมิตรร่วมกันทำธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานกันมากขึ้น

สำหรับข้อที่ 3 คือ การเปลี่ยน รูปแบบการดำเนินธุรกิจจากแผนที่สู่เข็มทิศ เนื่องจากการดำเนินธุรกิจตามแผนที่ในยุคปัจจุบันสู้เข็มทิศไม่ได้ เพราะข้อเสียของการดำเนินธุรกิจตามแผนที่ คือ จะพาธุรกิจไปเฉพาะในเส้นทางที่เคยไป ไม่สามารถก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ๆ ได้เมื่อเทียบกับการใช้เข็มทิศ

ข้อที่ 4 การทำธุรกิจมีความดื้อดีกว่าไม่ดื้อ เพราะถ้ามัวแต่อยู่ในกฎระเบียบที่วางไว้ สิ่งใหม่ๆ ที่จะได้จากการดำเนินธุรกิจก็จะไม่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีศึกษาของนักดนตรีที่เล่นเพลงตามที่อาจารย์สอน กลุ่มคนเหล่านี้ก็จะไม่ได้แนวคิดอะไรใหม่ เมื่อเทียบกับนักดนตรีที่จะทดลองเล่นดนตรีแนวใหม่ๆ

สุดท้าย ข้อที่ 5 จะเป็นการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะในยุคปัจจุบันการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องมีการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการระดมความคิดเห็นของคนในองค์กร เพื่อให้ได้สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้เห็นว่าความสำเร็จของการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นปลาเร็วกินปลาช้า หากมองไปที่แต่ละองค์กรจะพบว่า ตอนนี้ทุกคนมีความพร้อมไม่ว่าจะเป็นเงิน บุคลากร หรือเทคโนโลยี แต่สิ่งที่หลายองค์กรยังขาด คือ การเปลี่ยนความคิดพาธุรกิจตามโลกให้ทัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท