
อธิบดีกรมประมงย้ำไทยแก้ปัญหาแรงงานประมงตามหลักสากล
อธิบดีกรมประมงย้ำรัฐบาลไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ และเดินหน้าแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมายในเรือประมงตามหลักสากล
อธิบดีกรมประมงย้ำรัฐบาลไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ และเดินหน้าแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมายในเรือประมงตามหลักสากล
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ชี้แจงกรณีกรณีฮิวแมนไรต์วอทซ์ระบุว่า ไทยยังมีการบังคับใช้แรงงานประมงและการค้ามนุษย์ในแรงงานภาคประมงว่า การแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และไม่ยอมรับการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง ที่ผ่านมาได้มีการออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และมาตรการ กฎระเบียบต่าง ๆ โดยบูรณาการความร่วมมือและรับฟังความคิดเห็น ระหว่างหน่วยงานของรัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(ไอยูยู) ร่วมถึงร่วมมือกับกระทรวงแรงงานในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานที่ผิดกฏหมายในเรือประมง นอกจากนี้ยังกำหนดให้เรือประมงพาณิชย์ ออกทำการประมงครั้งละไม่เกิน 30 วัน จะทำให้แรงงานไม่ได้ถูกบังคับให้อยู่ในทะเลเป็นระยะเวลานาน เป็นการลดปัญหาแรงงานในเรือประมงลงได้อีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้กฏหมายได้มีการกำหนดมาตรการตรวจสอบการเข้าออกของเรืออย่างเข้มงวดให้ ทั้งก่อนและหลังการออกทำประมง โดยศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (Port In-Port Out : PIPO Control Center) จำนวนทั้ง 32 แห่ง และจุดตรวจส่วนหน้าอีก 19 แห่ง กระจายอยู่ในจังหวัดชายทะเล โดยเจ้าหน้าที่ชุดสหวิชาชีพ ประกอบด้วย กรมประมง กรมเจ้าท่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมจัดหางาน ซึ่งมีการตรวจเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และตรวจเรือประมง ตรวจความปลอดภัยของเรือ ตรวจสอบคนประจำเรือว่าถูกต้องตรงตามเอกสาร ในขณะที่จะออกทำการประมง และเมื่อกลับจากทำการประมงก็ได้มีการตรวจสอบความสอดคล้องของแรงงานเมื่อแจ้งออกทำการประมงและขณะที่กลับเข้าท่า ตลอดจนมีการตรวจสอบการจัดเวลาพักให้กับแรงานในเรือประมง รวมทั้งสุขอนามัยและสวัสดิภาพของคนประจำเรือด้วย และมีการการสุ่มสัมภาษณ์ลูกเรือประมงทั้งก่อนและหลัง
"การทำการประมง การตรวจสอบดังกล่าว เป็นไปตามกฎกระทรวงระบบความปลอดภัย สุขอนามัย และสวัสดิภาพในการทำงานของคนประจำเรือ พ.ศ. 2559 ออกตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และกฎกระทรวง คุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. 2557 ออกตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นอกจากนี้ ยังมีการออกตรวจตราในเรือกลางทะเล โดย กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ สำนักงานปราบปรามและป้องกันยาเสพติด และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมประมง"อธิบดีกรมประมงกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการที่เข้มงวดดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้แรงงานได้พบกับเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น เป็นการป้องปรามการกระทำความผิดในด้านแรงงาน อันจะเป็นช่องทางหนึ่งที่แรงงานบนเรือประมงที่ประสบปัญหาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างและสามารถร้องเรียน ร้องทุกข์ผ่านเจ้าหน้าที่ขณะที่มีการตรวจสอบได้โดยตรง







