
บิตคอยน์กับคนรุ่นใหม่ (1)
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ & วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต & www.CsiSociety.com & Add Line: @CsiSocietyผมเริ่มต้นเขียนบทความนี้ ทั้งๆ ที่ในใจของผมยังคงไม่ค่อยสบายใจนัก เกี่ยวกับคำตักเตือนของผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศหลายต่อหลายท่าน
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ & วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต & www.CsiSociety.com & Add Line: @CsiSociety
ผมเริ่มต้นเขียนบทความนี้ ทั้งๆ ที่ในใจของผมยังคงไม่ค่อยสบายใจนัก เกี่ยวกับคำตักเตือนของผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศหลายต่อหลายท่าน
แต่ด้วยผมได้ศึกษาเรื่อง "บิตคอยน์" และเงินสกุลดิจิทัลอื่นๆ มาเป็นเวลานานแล้ว ถึงกับตัวผมเองได้ลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลหลายสกุลด้วยและประสบกับความสำเร็จในระดับหนึ่ง ผมพบว่าการลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลนั้นให้ผลตอบแทนที่สูงมาก แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและความผันผวนที่สูงมากเป็นเงาตามตัว
แต่ในความเสี่ยงเหล่านั้น ก็อาจจะเหมาะกับคุณผู้อ่านที่เป็น "คนรุ่นใหม่" ก็เป็นได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ครับ
หนึ่ง คนรุ่นใหม่โอกาสจากงานประจำไม่ดีนัก
"คนรุ่นใหม่" ในที่นี้ผมหมายถึง คนรุ่นมิลเลนเนียล หรือคนเจนวายนั่นเอง ซึ่งคือน้องๆ ที่เกิดประมาณปี 2526-2543 ในปีนี้ก็ควรจะมีอายุระหว่าง 18-35 ปี คนทำงานประจำเหล่านี้ต้องประสบพบกับเหตุการณ์มากมายที่จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออาชีพของเขา (ผมมักจะชอบบอกบรรดาคนรุ่นใหม่ที่ผมรู้จักว่า ถ้ามีโอกาสอย่าทำงานประจำเลย) ด้วยเหตุผลดังนี้ ครับ
- ข้อมูลสถิติธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ระบุจำนวนรวมสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ พบว่าตั้งแต่เดือน ม.ค. 2560 ถึงเดือน พ.ย. 2560 ธนาคารพาณิชย์ปิดสาขาลงไปแล้ว 204 สาขา (โดยเมื่อเดือน ม.ค. 2560 มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 7,004 สาขา ส่วนเดือน พ.ย. 2560 พบว่ามีจำนวนสาขาเหลือเพียง 6,800 สาขา)
แนวโน้มการปิดสาขายังคงมีไม่สิ้นสุดในปีใหม่นี้และปีต่อๆ ไป และสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ พนักงานธนาคารยังคงมีความเสี่ยงสูงในเรื่องการถูกย้ายสาขา ย้ายงาน หรือแม้กระทั่งอาจถึงขั้นการถูกให้ออกจากงาน
- ในเกาหลีใต้ พบว่า คนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 15-29 ปี มีอัตราว่างงานในเดือน พ.ย. 2560 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.2% หรือเพิ่มขึ้นอีก 1% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 และเป็นอัตราว่างงานสูงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี ในที่นี้เรากำลังพูดถึงประเทศที่มีนวัตกรรมและบริษัทระดับโลก เช่น ซัมซุง ฮุนได ฯลฯ และมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ที่ 3.8% พอๆ กับประเทศไทย แต่คนหนุ่มสาวในเกาหลีใต้ยังคงตกงานกันเป็นเบือมากมายขนาดนี้
ดังนั้น ผมเองจึงไม่คิดว่า "การทำงานประจำ" จะเป็นหนทางที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่สักเท่าไร
สอง เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 1,000 บาท คุณจะได้อะไรบ้าง?
การเริ่มต้นลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลด้วยเงินเพียง 1,000 บาท จะทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้อะไรอีกมากมาย เริ่มจากคำถามยอดฮิต "บิตคอยน์เป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า?" หรือ "คุณต้องหมดตัวแน่ๆ ถ้าไปเล่นเงินสกุลดิจิทัล"
ผมเองเคยเขียนบรรยาย ออกทีวี ออกวิทยุมาหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า เงินสกุลดิจิทัลเป็นสิ่งที่มีตัวตนจริงๆ แต่มันก็มีทั้งดีและเลว มันไม่ได้เลวไปเสียทุกตัว ตัวที่ดีก็ยังมีอีกหลายตัว
ด้วยเงิน 1,000 บาท คุณผู้อ่านจะได้มีโอกาสทดสอบว่า ตัวเองมีจิตใจที่เข้มแข็งเพียงพอกับการผจญกับความผันผวนของราคาของเงินสกุลดิจิทัลหรือไม่ ถ้าคุณผู้อ่านลงทุนไปแล้ว ตื่นเต้น ตกใจ หรือมีอาการวิตกจริตเป็นระยะๆ ข้อสรุปง่ายๆ ของผมก็คือ ขอให้คุณผู้อ่านขายทิ้งให้หมด แล้วเลิกการลงทุนประเภทนี้ไปเลย เพราะเราไม่น่าจะเหมาะกับการลงทุนประเภทนี้
ผมเองก็เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 1,000 บาท เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2559 ตอนนั้นผมเริ่มซื้อบิตคอยน์ในราคาประมาณ 2.8 หมื่นบาท/1 บิตคอยน์ จนถึงเวลานี้ราคาของบิตคอยน์เคยสูงทะลุ 6 แสนบาทเข้าไปแล้ว หรือคิดเป็นมากกว่า 20 เท่า ที่ผมเคยซื้อไว้ครั้งแรก
ทุกวันนี้การลงทุนประเภทนี้ได้สร้างผลตอบแทนให้ผมดีที่สุด ทั้งในด้านอัตราผลกำไรและจำนวนเงิน และสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่างานประจำหรือธุรกิจที่ผมทำอยู่เสียอีก อย่างไรก็ตาม ผมเองไม่แน่ใจเลยว่าคุณผู้อ่านทุกท่านจะโชคดีอย่างผมนะครับ แต่ผมมีความเชื่อว่า "องค์ความรู้จะนำมาซึ่งลาภและความสุข"
สาม เอาง่ายๆ เริ่มต้นอย่างไรดี?
ตอนนี้เราเอาเฉพาะคุณผู้อ่านที่พร้อมจะวัดใจลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลด้วยเงิน 1,000 บาท (อิอิ...ผมพูดเล่นนะครับ) ผมจะขอเชิญทุกท่านที่จะลงทุนหรือไม่ลงทุนก็ตาม ไปเที่ยวในเว็บไซต์ซื้อขายบิตคอยน์สามแห่งด้วยกันคือ coins.co.th, tdax.com และ bx.in.th
ผมเองเคยซื้อและขายในเว็บไซต์ทั้งสามแห่งมาแล้ว ผมจึงขอสรุปง่ายๆ ให้ทุกท่านเข้าใจ โดยเริ่มจากการสมัครเพื่อจะเข้าไปซื้อบิตคอยน์นั้นไม่ค่อยง่ายนัก เพราะจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตัวตน (Know Your Customer - KYC) เสียก่อน ซึ่งจะมีความยุ่งยากในการสมัครในระดับหนึ่ง แต่พอสมัครเข้าไปแล้ว จากนั้นจะซื้อจะขายอย่างไร? ก็จะยุ่งยากไม่มากนัก
คุณผู้อ่านที่คิดว่า อยากลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลจริงๆ ผมขอแนะนำให้สมัครทั้งสามเว็บไซต์เลย ซึ่งผมเองก็สมัครไปทั้งสามที่ และเคยซื้อขายไปแล้วทั้งสามที่ ซึ่งทั้งสามที่ก็จะมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป
ข้อดีของการสมัครทั้งสามที่ก็คือ คุณผู้อ่านจะสามารถได้รับข้อมูลราคาทั้งราคาซื้อราคาขาย และข้อมูลอื่นๆ เช่น คิดค่าธรรมเนียมเท่าไร? มี โปรโมชั่นอะไรบ้าง? เป็นต้น
พรุ่งนี้เราจะคุยกันต่อในอีก 3 หัวข้อด้วยกันคือ ดูแนวโน้มราคาของบิตคอยน์ง่ายๆ อย่างไร? ควรลงทุนในเงินสกุลดิจิทัลตัวไหนดี? และสุดยอดวิทยายุทธ์ในการลงทุนเงินสกุลดิจิทัล แล้วพบกันนะครับ n







