
มิวสิคเฟสปีนี้หลากหลายเฉพาะกลุ่ม
ป๋าเต็ด มองเทรนด์การจัดมิวสิคเฟสติวัลจะมีความหลากหลายมากขึ้น หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
ป๋าเต็ด มองเทรนด์การจัดมิวสิคเฟสติวัลจะมีความหลากหลายมากขึ้น หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
นายยุทธนา บุญอ้อม ประธานกรรมการ บริษัท แก่น 555 เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานมิวสิคเฟสติวัลในปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรงแล้ว ผู้จัดงานยังต้องมีการทำการบ้านเพื่อเตรียมจัดงานมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมของ ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือมีความต้องการงานมิวสิคเฟสติวัลที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยน แปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้เทรนด์การจัดงานมิวสิคเฟสติวัลเปลี่ยนไปจากเดิม คือ จะมีรูปแบบการจัดงานที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังกล่าว ทำให้ผู้จัดงานมิวสิคเฟสติวัลต่อไปนี้ต้องมีไอเดียใหม่ๆ เช่น การเพิ่มพื้นที่การจัดกิจกรรมมากขึ้น จากเดิมอาจเน้นดนตรีเป็นหลัก ขณะเดียวกันวิธีการโปรโมทก็ต้องมีความแตกต่างจากเดิมใช้สื่อแมสมีเดีย เช่น ทีวีและสิ่งพิมพ์ ปรับมาเป็นสื่อโซเชียลมีเดียเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจสื่อโซเชียล มีเดียเป็นอย่างมาก
"สิ่งสำคัญที่สุดของการทำมิวสิคเฟสติวัล คือต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และถ้าโพสต์ต้องโพสต์วันละกี่ครั้ง โพสต์เวลาไหนกลุ่มเป้าหมายถึงจะเห็น ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าโพสต์ภาพอย่างไรระหว่างภาพนิ่งและวิดีโอ จึงจะตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย สิ่งดังกล่าวถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ" นายยุทธนา กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทเตรียมงบ 25-30 ล้านบาท จัดงาน ยักษ์ เฟส อีเวนต์แนวใหม่ในรูปแบบไลฟ์สไตล์เฟสติวัล ฅซึ่งจะจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ "ลองแล้วจะยักษ์" เป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดย จุดเด่นของงานนี้ คือการมีตุ๊กตาเป่าลมยักษ์เป็นสัญลักษณ์ที่ออกแบบโดยศิลปิน ชื่อดัง 9 คน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมภายในงานด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 หมู่บ้าน ซึ่งช่วงที่มีการจัดงานดังกล่าวคาดว่า จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน และมีรายได้จากการจัดงานไม่ต่ำกว่า 25-30 ล้านบาท โดยหลังจากงานนี้จบจะมีการจัดงานอื่นๆ ทั้งจัดเองและรับจ้างอีกประมาณ 10 งาน







