
โตคิวผุดร้าน47เฟรช
โตคิวขานรับนโยบายญี่ปุ่น เร่งส่งออกสินค้าเกษตร ประมงทั่วโลก 1 ล้านล้านเยน ปี 2562 ผนึก 3 บริษัท เปิดร้านขายอาหารสด 47 เฟรช
โตคิวขานรับนโยบายญี่ปุ่น เร่งส่งออกสินค้าเกษตร ประมงทั่วโลก 1 ล้านล้านเยน ปี 2562 ผนึก 3 บริษัท เปิดร้านขายอาหารสด 47 เฟรช
นายคัทสึโนริ นากาซาวะ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการส่งออก กรรมการอุตสาหกรรมอาหาร กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า นโยบายของประเทศญี่ปุ่นจะมุ่งส่งเสริมสินค้าเกษตรและประมงส่งออกไปทั่วโลกนอกเหนือ จากสินค้าแปรรูป
ทั้งนี้ ได้วางเป้าหมายการส่งออก เพิ่มขึ้นจาก 7.52 แสนล้านเยน ในปี 2559 เป็น 1 ล้านล้านเยน ปี 2562 และจากตัวเลข 11 เดือน ของปี 2560 พบว่ามีการเติบโต 6.8% ซึ่งไทยเป็นประเทศอันดับ 6 ที่ญี่ปุ่นส่งออกสินค้าไปจำหน่ายมีมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรปี 2559 ราว 3.29 หมื่นล้านเยน
สำหรับนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกของญี่ปุ่น เนื่องจากสินค้าอาหารภายในประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มขยายตัวลดลง ตามโครงสร้างประชากรที่เกิดน้อยและก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับเศรษฐกิจเอเชียขยายตัวสูง โดยเฉพาะในไทย เป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงจากจำนวนนักท่องเที่ยวไทยปี 2560 เดินทางไป ญี่ปุ่น 9.9 แสนคน และนิยมอาหารญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังพบว่ากิจการร้านอาหารญี่ปุ่นราว 2,774 สาขา ในไทย ยังเติบโตถึง 3.7 เท่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
นายทาคาชิ ฮายาโนะ ประธานจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท พีที รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมกับ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไลฟ์ บริษัท ยามาโตะ กรุ๊ป และบริษัท เมดิเอเตอร์ เปิดร้านจำหน่ายสินค้าอาหารสดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์ 47 Fresh Form JAPAN นำสินค้าเกษตรจากญี่ปุ่น 47 จังหวัด มาจำหน่ายที่ห้างโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค บนพื้นที่ 80 ตารางเมตร
ขณะที่การทำตลาดจะเน้นรูปแบบ บีทูซี หรือเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนไทย ผ่านทั้งช่องทางจำหน่ายโตคิว และช่องทางออนไลน์ อาทิ โซเชียลคอมเมิร์ซ หรือไลน์ ในรูปแบบพรีออร์เดอร์ และเปิดเว็บไซต์ในอนาคต โดยราคาสูงกว่าสินค้าญี่ปุ่น 2 เท่าตัว ซึ่งสินค้าที่คนไทยนิยมมีด้วยกัน 3 จังหวัด อาทิ ฮอกไกโด อาโอโมริ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ยังวางแผน 2-3 ปีข้างหน้าจะขยายสู่ธุรกิจบีทูบีเจาะกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งเป้ารายได้ 3 ปี ราว 100 ล้านบาท โดยความร่วมมือของทั้ง 3 บริษัทครั้งนี้ บริษัท ไลฟ์ เป็นผู้จัดซื้อสินค้าในญี่ปุ่น และส่งออกรวมทั้งทำตลาดด้วย ส่วนบริษัท เมดิเอเตอร์ จะเป็นผู้โปรโมทสินค้า และบริษัท ยามาโตะ ซึ่งเป็นดำเนินโลจิสติกส์ทั้งในญี่ปุ่นและไทยรวมทั้งวางแผนจะลงทุนระบบขนส่งในไทย







