
เอกชนยังเชื่อมั่นลงทุนไทย เมินเลื่อนเลือกตั้งไม่กระทบ
โพสต์ทูเดย์ - นักลงทุนยันเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย แม้เลื่อนเลือกตั้ง ล่าสุด สหรัฐ-อียู สอบถามสนใจลงทุนโครงการอีอีซี
โพสต์ทูเดย์ - นักลงทุนยันเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย แม้เลื่อนเลือกตั้ง ล่าสุด สหรัฐ-อียู สอบถามสนใจลงทุนโครงการอีอีซี
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยถึงกรณีที่จะมีการเสนอให้มีการเลือกตั้งในต้นปีหน้าว่า การเลื่อนช่วงเวลาการเลือกตั้งออกไปจะไม่มีผล กระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชน และนักลงทุนต่างชาติ หากสามารถชี้แจงเหตุผลถึงความจำเป็นในการเลื่อนการเลือกตั้งได้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากการลงทุนภาครัฐที่หลายโครงการเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว
ทั้งนี้ จากการสอบถามนักลงทุนต่างชาติ พบว่าหลายๆ ประเทศยังต้องการที่จะเข้ามาลงทุนในไทย เช่น สหรัฐ ที่ปีนี้ไทยจะครบรอบความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ 158 ปี ซึ่งจะทำให้นักลงทุนสหรัฐเข้ามาลงทุนมากขึ้น รวมทั้งนักลงทุนจากสหภาพยุโรป จีน รัสเซีย และ ญี่ปุ่น เป็นต้น
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นเช่นกัน เพราะการเลื่อนการเลือกตั้งมีเหตุผลและสามารถอธิบายได้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาตามข้อกฎหมายและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดการเลื่อนการเลือกตั้งนั้น คณะกรรมาธิการต้องสามารถชี้แจงถึงความเป็นมาเป็นไปให้แก่ สนช.เข้าใจถึงกระบวนการด้วย
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังไม่มีการสอบถามเรื่องการเลือกตั้งเข้ามา แต่ให้ความสนใจเรื่องการออก พ.ร.บ. การลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มากกว่า
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า คงต้องรอความชัดเจนก่อนว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ และหากเลื่อนจะออกไปกี่เดือน อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งใหญ่คาดว่าจะมีเงินสะพัด 3-5 หมื่นล้านบาท สามารถเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี 0.2-0.3% แต่หากเลื่อนออกไปต้นปีหน้าจีดีพีส่วนหนึ่งก็จะไปเพิ่มในปี 2562 แทน
"ประมาณการจีดีพีในปี 2561 จะขยายตัว 4.2-4.5% ซึ่งตอนนี้ยัง ไม่มีการปรับเป้าหมายใหม่ แม้ว่าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งไปเป็นปีหน้า" นาย ธนวรรธน์ กล่าว







