posttoday
ค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมง และผลกระทบไอทีต่อการจ้างงาน

ค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมง และผลกระทบไอทีต่อการจ้างงาน

22 มกราคม 2561

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 8-22 บาท หลากหลายอัตราตามโซนพื้นที่ ไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมของผู้ประกอบการปรับตัวสูงขึ้นมากนัก จึงไม่ควรเป็นเหตุของการปรับเพิ่มราคาสินค้า ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ (Legal Minimum Wage) ที่ปรับเพิ่ม ยังไม่ได้เป็นค่าแรงที่เพียงพอต่อมาตรฐานการดำรงชีพ (Living Wage)

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 8-22 บาท หลากหลายอัตราตามโซนพื้นที่ ไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมของผู้ประกอบการปรับตัวสูงขึ้นมากนัก จึงไม่ควรเป็นเหตุของการปรับเพิ่มราคาสินค้า ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ (Legal Minimum Wage) ที่ปรับเพิ่ม ยังไม่ได้เป็นค่าแรงที่เพียงพอต่อมาตรฐานการดำรงชีพ (Living Wage)

ทั้งนี้ ขอเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการสวัสดิการเพิ่มเติมให้กับผู้มีรายได้น้อย และมีมาตรการดูแลสถานประกอบการขนาดเล็กที่อาจได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างด้วย

ส่วนการกำหนดโครงสร้างเงินเดือนสำหรับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปนั้น เป็นมาตรการที่ดีทำให้ลูกจ้างเห็นหลักประกันทางด้านค่าจ้าง ส่วนการใช้ระบบค่าจ้างลอยตัวในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยให้จ่ายค่าจ้างตามผลิตภาพและความสามารถในการผลิต และขึ้นอยู่กับอุปสงค์อุปทานในตลาดแรงงานและปัจจัยต่างๆ ทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เสนอให้ศึกษาเพื่อนำระบบค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงมาบังคับใช้ในไทย โดยให้มีอัตราที่สูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้ทำงานเต็มเวลามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ขณะที่ผู้ประกอบการก็มีความยืดหยุ่นในการจ้างงานและบริหารต้นทุนด้านแรงงานได้ดีขึ้นอีกด้วย และจ้างเท่าที่จำเป็นต้องใช้แรงงาน เช่น กำหนดการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมงที่ 50 บาท ไม่ใช่เอาค่าจ้างขั้นต่ำรายวันมาเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมง เพราะจะทำให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างรายชั่วโมงต่ำเกินไป (308/8 ได้ชั่วโมงละ 38-39 บาทเท่านั้น)

รวมทั้งเสนอให้ผู้กำหนดนโยบาย นายจ้าง ลูกจ้าง และสถาบันฝึกอบรมเร่งพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเตรียมรับมือกับผลกระทบของเทคโนโลยี หุ่นยนต์อัตโนมัติ อินเทอร์เน็ตของทุกสิ่ง (Internet of Things) และการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ที่มีต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ และตลาดการจ้างงานโดยรวม

จากงานวิจัยขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ว่า ใน 2 ทศวรรษข้างหน้า ตำแหน่งงานและการจ้างงานในไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 44 (กว่า 17 ล้านตำแหน่ง) มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่โดยระบบอัตโนมัติ โดยกลุ่มคนงานที่ได้รับผล กระทบมากที่สุด คือ พนักงานขายตามร้านหรือพนักงานบริการตามเครือข่ายสาขา พนักงานบริการอาหาร ภาคเกษตรกรรม แรงงานทักษะต่ำที่ทำงานซ้ำๆ คนงานโดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้าและรองเท้า อาจได้รับผล กระทบสูงถึง 70-80%

นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์คือ ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ รถยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้า 3D Printing วัสดุน้ำหนักเบา และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยทั้งหมด 39 ล้านคน ต้องเตรียมความพร้อมและรับมือกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้วยการเตรียมทักษะให้สามารถทำงานกับนวัตกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ การบ่มเพาะทักษะด้านบุคคล (Soft Skills) และทักษะด้านความรู้ (Hard Skills) โดยเฉพาะความรู้ทางด้าน STEM (ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ที่ประเทศขาดแคลนอยู่

"คนงานหญิงในอุตสาหกรรมสิ่งทอ คนงานทักษะต่ำและมีระดับการศึกษาน้อย เป็นกลุ่มคนที่รัฐบาลต้องดูแลด้วยมาตรการต่างๆ เป็นพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในการถูกเลิกจ้างจากการนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงาน" n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท