
ถ่วงตั้งไทยแลนด์ฟันด์ ทำแผนลงทุนสะดุด
กนกวรรณ บุญประเสริฐ การต่อสู้ยกที่ 2 ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) ที่ได้มีการยื่นหนังสือส่งถึงสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ชะลอการพิจารณาจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFF)
กนกวรรณ บุญประเสริฐ
การต่อสู้ยกที่ 2 ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) ที่ได้มีการยื่นหนังสือส่งถึงสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ชะลอการพิจารณาจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFF)
จากยกแรก เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อศาลปกครองได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องของสหภาพรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ยื่นฟ้องศาลให้กระทรวงการคลังยุติการดำเนินการจัดตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์วงเงิน 1 แสนล้านบาทไปแล้ว
การยื้อหน 2 รอบนี้ เพราะต้องการให้ทั้งสองหน่วยงานรอคำสั่งของศาลปกครองก่อน เนื่องจากทาง สร.กทพ.อยู่ระหว่างรอเรื่องอุทธรณ์ คำสั่งศาลปกครองเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งการเคลื่อนไหวของ สร.กทพ.ครั้งนี้ ได้สร้างความกังวลให้กับกระทรวงการคลัง เพราะจะกระทบและทำให้แผนการเปิดขายหน่วยลงทุนในกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ล็อตแรกวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท ไม่ทันตามกำหนดการในเดือน มี.ค. 2561 นี้ จะต้องเลื่อนออกไปเป็นรอบที่ 2 จากรอบแรกที่มีความพยายามจะขายหน่วยลงทุนให้ทันภายในสิ้นปี 2560
รวมทั้งอาจจะส่งผลกระทบไปถึงแผนการระดมทุนให้กับ กทพ. เพื่อไปก่อสร้างโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกวงเงินลงทุน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E-W Corridor ด้านตะวันออกวงเงินลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท ที่จะเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ในเดือน เม.ย.-พ.ค. 2561 เพื่อเริ่มก่อสร้างในเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2561 นี้
อุปสรรคสำคัญของการจัดตั้ง ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เกิดจากเงื่อนไขของการจ่ายผลตอบแทน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือฝ่ายที่เกรงว่าจะเสียประโยชน์ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ เพราะกลัวเสียรายได้กระทบกับฐานะกับองค์กร
เนื่องจากแผนการระดมทุนของไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ต้องการไปลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานเก่าที่มีรายได้อยู่แล้วมาเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน เพื่อนำไปลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ยังไม่มีรายได้ ซึ่งในส่วนนี้ต้องมีการออกกฎหมายตั้งกองทุนประกันผลตอบแทนให้กับนักลงทุน โดยใช้เงินจาก งบประมาณ แต่ปรากฏว่าทางสำนัก งบประมาณไม่เห็นด้วย
ทำให้กระทรวงการคลังและ สคร.ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการปลดล็อกเรื่องนี้ด้วยการเข้ามาเจรจากับกระทรวงคมนาคม และได้เสนอให้ ครม.เห็นชอบให้ กทพ.โอนรายได้ของโครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) จำนวน 45% ให้กับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เป็นเวลา 30 ปี เพื่อใช้เป็นผลตอบแทนจ่ายระดมทุน 4.4 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กับ กทพ.ไปใช้ลงทุน โครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกวงเงินลงทุน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E-W Corridor ด้านตะวันออกวงเงินลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท ที่จะเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ในเดือน มี.ค. 2561
และหลังจากที่ ครม.เห็นชอบ กระทรวงการคลังได้ประสานกับ กทพ. เพื่อทำร่างสัญญาโอนและรับสิทธิโอนในรายได้ (RTA) โครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ซึ่งปรากฏว่าติดปัญหา คณะกรรมการ กทพ.ไม่เห็นชอบ เพราะกังวลผล กระทบรายได้ที่ลดลง อาจทำให้โบนัสของพนักงานลดลงจนคลังต้องทุบโต๊ะว่าไม่มีปัญหาดังกล่าว
เนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2560 ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการในการสร้างแรงจูงใจในการนำโครงการโครงสร้างพื้นฐานของ กทพ.มาระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ เช่น การเห็นสมควรให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการคำนวณกำไรเพื่อการจัดสรรโบนัส โดยชดเชยในกรณีที่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ ซึ่งการนำรายการผลกระทบทางบัญชีที่เกิดจากการนำโครงการเข้าระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ มาบวกกับในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อการจัดสรรโบนัส
รวมทั้งให้ กทพ.สามารถนำเงินสภาพคล่องส่วนเกินดังกล่าวซื้อหน่วยลงทุน A ของกองทุนรวมฯ และ/หรือสามารถบริหารสภาพคล่องได้ตามขอบเขตที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งของ กทพ. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้
ถึงแม้ว่าล่าสุด คณะกรรมการ กทพ.จะเห็นชอบ และร่างสัญญา RTA จะถูกส่งไปให้สำนักงานอัยการตรวจสอบ เพื่อส่งไปขอยื่นจดทะเบียนขายหน่วยลงทุนจำนวน 4.4 หมื่นล้านบาท กับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) แล้ว
แต่การที่ สร.กทพ.ยื่นหนังสือถึง 2 หน่วยงานดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการขายหน่วยลงทุนออกไป ย่อมทำให้แผนการระดมทุนของไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ครั้งนี้สะดุดแน่นอน เพราะไม่รู้ว่าผลอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อไหร่
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ออกมายืนยันว่า กระทรวงการคลังยังยืนยันเดินหน้าจัดตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับการลงทุนของประเทศ เป็นการระดมเงินจากนักลงทุนมาลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของประเทศ ช่วยลดภาระงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะของประเทศ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสุดท้ายการเดินหน้าจัดตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จะต้องเกิดขึ้น เพราะถือเป็นเครื่องมือใหม่ในการระดมทุนก่อสร้างโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศที่ไม่ได้มีการลงทุนมานานหากจะอาศัยแต่เงินงบประมาณที่มีอยู่จำกัดจะทำให้ดำเนินการล่าช้า ตกขบวนการยกระดับประเทศขึ้นเทียบชั้นประเทศที่พัฒนาแล้ว และยังช่วยลดภาระ งบประมาณ ควบคุมวินัยการคลังได้
การถ่วงให้โครงการนี้เกิดได้ล่าช้า มีแต่เสียโอกาสเพราะยังมีแผนจะลงทุนทางด้านการศึกษาและสาธารณสุขอีกมาก ทำให้การลงทุนประเทศสะดุดและเศรษฐกิจไทยเสียโอกาสไปด้วย n







