posttoday
รับมือคนตกงาน

รับมือคนตกงาน

22 มกราคม 2561

แนวโน้มการตกงานในประเทศไทยที่จะมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือดิจิทัล ดิสรัพชั่นในหลายธุรกิจดั้งเดิม กับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบทั่วประเทศในรอบ 2 ปี คาดจะขึ้นไปเป็นวันละ 308-330 บาท มีผลต้นเดือน เม.ย.นี้ คงกระทบธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้นให้ปรับตัว เช่น ไปใช้เครื่องจักร หรือผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ซึ่งมีส่วนในการจ้างแรงงานถึงกว่า 60-70% คงต้องลดการจ้างงานลงเช่นกัน

แนวโน้มการตกงานในประเทศไทยที่จะมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือดิจิทัล ดิสรัพชั่นในหลายธุรกิจดั้งเดิม กับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบทั่วประเทศในรอบ 2 ปี คาดจะขึ้นไปเป็นวันละ 308-330 บาท มีผลต้นเดือน เม.ย.นี้ คงกระทบธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้นให้ปรับตัว เช่น ไปใช้เครื่องจักร หรือผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ซึ่งมีส่วนในการจ้างแรงงานถึงกว่า 60-70% คงต้องลดการจ้างงานลงเช่นกัน

จาก 2 ปัจจัยใหญ่ที่จะกระทบทำให้เกิดการตกงานเพิ่มขึ้นจากปกติดังกล่าว ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับแรงงานควรจะต้องเตรียมรับมือกับการตกงานที่เพิ่มขึ้นนั้นอย่างจริงจัง แม้ภาพรวมอัตราการว่างงานของประเทศไทย ตัวเลขจะเฉลี่ยอยู่ในอัตรายังไม่น่าเป็นห่วง แค่กว่า 1% ของภาพรวม

ตามสัญญาณที่ส่งออกมาล่าสุดจากธุรกิจขนาดใหญ่ อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ที่ระบุว่า เทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลให้ลูกค้าโยกไปใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่น โมบายแบงก์กิ้ง การทำธุรกรรมผ่านเครื่องอัตโนมัติ จึงเป็นโอกาสให้ธนาคารสามารถลดต้นทุนการให้บริการ โดยตั้งเป้าลด 30% ภายในปี 2563 หรือใน 3 ปีจะลดจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการแบบดั้งเดิมจาก 1,153 แห่งในปัจจุบัน ให้เหลือแค่ 400 แห่ง เรียกว่าจะปิดสาขาไปมากกว่าครึ่ง และลดจำนวนพนักงานธนาคารจาก 2.7 หมื่นคน เหลือ 1.5 หมื่นคน หรือลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง โดยจะลดพนักงานจากทั้งการปิดสาขา และลดจำนวนพนักงานต่อสาขาลง

ขณะที่ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่คาดว่าจะขึ้นเป็นวันละ 308-330 บาท ในเดือน เม.ย.นี้ ตามรายงานของจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของโรงสีเจียเม้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ได้แจ้งเหตุผลของการปลดคนงาน ตามที่มีการติดประกาศให้ลูกจ้างและพนักงานในโรงสีมายื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ลาออกโดยสมัครใจ เพราะโรงสีมีนโยบายปรับโครงสร้างลดพนักงานประจำลง 10-15% จากปัจจุบัน 275 คน หรือลดพนักงานประจำลงไป 27-42 คน เพื่อนำเครื่องจักรมาทำงานแทน ไม่นับลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างตามฤดูกาลอีกประมาณ 2,000 คน

ทิศทางการปรับตัวของทั้งยักษ์ใหญ่วงการธนาคาร กับรายใหญ่วงการค้าข้าว เชื่อว่าผู้ประกอบการรายอื่นในวงการสถาบันการเงิน วงการค้าข้าวก็คงมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน ที่จะต้องมีการลดต้นทุนด้วยการเลิกจ้างคนออกมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งภาครัฐหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานคงจะต้องเร่งหามาตรการระยะสั้นมาแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การเพิ่มทักษะ เพิ่มความสามารถพิเศษ หรือทาเลนต์ของแรงงานที่จะตกงาน ให้ตรงกับความต้องการของแรงงานที่ยังขาดแคลนในไทย เช่น กลุ่มแรงงานระดับกลางสายเทคนิค เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม คณิตศาสตร์ สถิติ และทักษะด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งสิ่งนี้จะยังเป็นการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมที่จะมาลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่เป็นห่วงเรื่องไทยไม่มีแรงงานรองรับการลงทุน

สำหรับระยะยาวก็คงต้องไปแก้ตั้งแต่การผลิตคนของไทยให้ได้ตามยุทธศาสตร์ของประเทศที่จะพัฒนาไป ให้สถาบันการศึกษาผลิตคนที่มีประสิทธิภาพ มีความสามารถพิเศษตรงความต้องการของตลาดแรงงาน เตรียมรับมือล่วงหน้าอย่างที่มีการพูดกันมานานให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยจะขาดแรงงานได้ด้วย ปัญหานี้รอไม่ได้แล้ว n

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ