
ไทยพาณิชย์ชู "กลับหัวตีลังกา" ปรับทิศธุรกิจรับดิจิทัล
ไทยพาณิชย์จะไม่อาศัยการเติบโตแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนยกแผงให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินอันดับต้นๆ ที่ตื่นตัวกับกระแสการกลืนกิน (Disruption) จากเทคโนโลยี โดย อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศนโยบายทรานส์ฟอร์เมชั่นตั้งแต่กลางปี 2559 ทุ่มเม็ดเงิน 4 หมื่นล้านบาท เปลี่ยนแปลงภายในธนาคารหลายด้านโดยเฉพาะด้านดิจิทัล
ล่าสุด อาทิตย์ได้ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ในระยะ 3 ปีตั้งแต่ 2561-2563 “กลับหัวตีลังกา” (Going Upside Down) หมายถึง ธนาคารไทยพาณิชย์จะไม่อาศัยการเติบโตแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่จะเปลี่ยนยกแผงให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี คู่แข่งหน้าใหม่ และพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ไม่เหมือนเดิม
กลยุทธ์ 3 ปีข้างหน้ามุ่งการปรับตัวครั้งใหญ่ 5 ด้าน ได้แก่ 1.ทำองค์กรให้กระชับ (Lean the Bank) 2.ปล่อยสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Margin Lending) 3.นำดิจิทัลมาใช้ในทุกส่วนของธุรกิจ (Digital Acquisition) 4.เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ข้อมูล (Data Capabilities) และ 5.ทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ (New Business Model)
อาทิตย์ กล่าวว่า ตั้งเป้าลดต้นทุนในการให้บริการลงให้ได้ 30% ภายในปี 2563 โดยใช้เทคโนโลยีทดแทนกระบวนการที่ทำด้วยคน ซึ่งผลดังกล่าว ย่อมทำให้สาขาลดลง ขนาดองค์กรเล็กลง และจำนวนพนักงานน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้ทำความเข้าใจกับพนักงานมาตลอดว่าต้องปรับขีดความสามารถใหม่ พร้อมยืนยันไม่ได้ตั้งเป้าลด หรือเลย์ออฟพนักงาน
เทคโนโลยียังส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างรายได้ที่ค่าธรรมเนียมจะค่อยๆ ลดลง คาดว่าปี 2563 รายได้ค่าธรรมเนียมจะลดลงอีก 20% จากปัจจุบัน ก็ต้องกลับมาให้ความสำคัญกับรายได้ดอกเบี้ยที่มาจากการเติบโตของสินเชื่อในพื้นที่ใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูง คือ สินเชื่อเพื่อการบริโภคและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมทั้งขยายฐานลูกค้าบริหารความมั่งคั่ง (เวลธ์ แมนเนจเมนต์)ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมอีกทางหนึ่ง
“ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดเติบโตสินเชื่อที่เคยเป็นดาวเด่นอย่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรายใหญ่ ทั้งสองประเภทนี้แม้ผลตอบแทนน้อยแต่จะปล่อยให้โตตามความต้องการของลูกค้า เพียงแต่ไม่ได้ตั้งเป้าเร่งโต”อาทิตย์ กล่าว
สารัชต์ รัตนาภรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสผู้บริหารสูงสุดลูกค้าบุคคล และผู้บริหารสูงสุดเครือข่ายสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์ อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาว่าทุกวันนี้ต้นทุนที่สาขาอยู่ที่ 60 บาท/ธุรกรรม หากเป็นธุรกรรมเปิดบัญชีจะแพงกว่านั้น ต้นทุนที่สาขาเอ็กซ์เพรสเฉลี่ย 10 บาท/ธุรกรรม และต้นทุนบนโมบายแบงก์กิ้งประมาณ 1 บาท
“โมบายแบงก์กิ้งถูกเพราะไม่มีต้นทุนคงที่ อย่างเช่น ค่าเช่าสถานที่ หรือเงินเดือนพนักงาน ธนาคารจึงต้องดึงดูดลูกค้าไปทำธุรกรรมบนโมบายแบงก์กิ้งมากขึ้น หากลูกค้าไปใช้แพลต ฟอร์มดิจิทัลก็จะช่วยลด Cost to serve ได้ตามแผนที่ต้องการ”สารัชต์ กล่าว
กิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การเข้าถึงสินเชื่อในพื้นที่จะใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่มีนำมาวิเคราะห์เพื่อเสนอบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคล
“ระยะแรกจะเน้นลูกค้าเก่า เช่น เงินฝากหรือสินเชื่อบ้านที่รู้จักกันอยู่แล้ว เราก็อาจเสนอบัตรเครดิตหรือให้วงเงินสินเชื่อเพิ่ม ส่วนลูกค้าธุรกิจรายย่อยที่ใช้คิวอาร์โค้ด เราเห็นข้อมูลจากทรานแซ็กชั่นว่าลูกค้าต้องใช้เงินหมุนเวียนซื้อของวันละเท่าไรก็สามารถเสนอสินเชื่อให้ได้” กิตติยา กล่าว
ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศเป้าหมายธุรกิจปี 2561 ประกอบด้วย ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (นิม) 3.1-3.3% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต 5% ต้นทุนต่อรายได้ 42-45% สินเชื่อรวมเติบโต 6-8% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 3% และอัตราสำรองต่อเอ็นพีแอลไม่ต่ำกว่า 130%







