
ยูโอบีรุกสำรองเลี้ยงชีพ
บลจ.ยูโอบี เปิดแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เจาะองค์กรเอกชน ชูจุดเด่นมาสเตอร์พูลฟันด์ ให้สมาชิกเลือกแผนลงทุนเอง
บลจ.ยูโอบี เปิดแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เจาะองค์กรเอกชน ชูจุดเด่นมาสเตอร์พูลฟันด์ ให้สมาชิกเลือกแผนลงทุนเอง
น.ส.รัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีนโยบายขยายฐานลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ไปยังกลุ่มบริษัทเอกชนขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีเงินกองทุนระดับ 2,000 ล้านบาทขึ้นไป
"บริษัทจะประสานงานกันในกลุ่มยูโอบี เพื่อรุกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปยังองค์กรเอกชนที่เป็นลูกค้าแบงก์ ซึ่งมีฐานลูกค้าหลายร้อยรายมาให้ บลจ.ยูโอบีเพื่อดึงมาทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" น.ส.รัชดา กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน บลจ.ยูโอบีมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภายใต้การบริหาร 7.78 หมื่นล้านบาท จากจำนวน 14 กองทุน ขณะที่มีสมาชิก 8.93 หมื่นราย จำนวนนายจ้าง 455 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2560)
ขณะที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประเภทกองทุนร่วม (มาสเตอร์พูลฟันด์) โดยสมาชิกสามารถเลือกนโยบายลงทุน (Employee's Choice) จำนวน 2 กองทุน ดังนี้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ยูโอบี อินเวสเตอร์ ชอยส์ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว จุดเด่นของกองทุน นักลงทุนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนที่ดีที่สุด สอดคล้องกับวัย ระยะเวลาการลงทุน และความคาดหวังในผลตอบแทนของสมาชิกแต่ละคน นอกจากนี้จะมีการลงทุนเชิงรุก และปรับสัดส่วนการลงทุนให้อัตโนมัติ นโยบายการลงทุนแบ่งตามระดับผลตอบแทนและความเสี่ยง
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ยูโอบี มาสเตอร์ฟันด์ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว เป็นอีกหนึ่งกองทุนร่วม หรือพูลฟันด์ ที่สามารถลงทุนผ่านนโยบายย่อย ซึ่งมีหลายนโยบายการลงทุนด้วยกัน ทั้งแบบที่เป็นการลงทุนตรงและผ่านกองทุนรวมในสินทรัพย์การลงทุนหลากหลายประเภท
ด้านจุดเด่นเป็นกองทุนที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยสมาชิกสามารถกำหนดสัดส่วนการลงทุนได้เองอย่างอิสระ หรือเป็นไปตามกรอบที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด โอกาสเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีภายใต้โครงสร้างที่เหมาะสม เนื่องจาก บลจ.ยูโอบีบริหารกองทุนและจัดทำระบบทะเบียนสมาชิกเอง จึงสามารถรองรับนโยบายการลงทุนและการปรับเปลี่ยนของสมาชิกได้โดยไม่มีข้อจำกัด
"แนะนำให้ลงทุนแบบพูลฟันด์ ที่ผ่านมาให้ผลตอบแทน 5-8% ต่อปี" น.ส.รัชดา กล่าว







