
เศรษฐกิจโตหนี้ครัวเรือนหด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้ครัวเรือนไทยปี 2561 ชะลอลงจากปีก่อนเล็กน้อย สะท้อนทิศทางภาพรวมดีขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้ครัวเรือนไทยปี 2561 ชะลอลงจากปีก่อนเล็กน้อย สะท้อนทิศทางภาพรวมดีขึ้น
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มีโอกาสขยับลงมาอยู่ที่กรอบประมาณ 77-78% หากเศรษฐกิจไทยปี 2561 ขยายตัวในกรอบ 3.5-4.5% จะทำให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีต่ำลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เนื่องจากอัตราการขยายตัวของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจประจำปี ยังมีสัดส่วนที่สูงกว่าการขยายตัวของหนี้ครัวเรือน
อย่างไรก็ดี ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนที่ยังคงขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามแนวโน้มสินเชื่อและทิศทางเศรษฐกิจในภาพรวม ยังคงเป็นสัญญาณที่ตอกย้ำว่า ภาระหนี้สินยังเป็นประเด็นที่เปราะบางของครัวเรือนบางกลุ่ม โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีภาระผูกพันกับหนี้หลายก้อน รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มีการก่อหนี้เร็วขึ้น ซึ่งทำให้การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในบริบทนี้ ต้องพึ่งพาความร่วมมือจากหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ สินเชื่อรายย่อยหลายประเภท ที่มีสัญญาณขยายตัวได้ดีในช่วงไตรมาส 4/2560 อาจช่วยหนุนให้ยอดคงค้างของ หนี้ครัวเรือนในไตรมาส 4/2560 ขยายตัวได้ประมาณ 4% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขยับสูงขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ไตรมาส หลังจากที่เติบโต 3.7% หากเทียบในไตรมาส 3/2560 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ณ สิ้นปี 2560 มีโอกาสทรงตัว หรือขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่กรอบประมาณ 78.3-78.5% จากระดับ 78.3% ต่อจีดีพี ในไตรมาส 3/2560
รายงานระบุว่า จากผลการสำรวจภาระหนี้ที่ผ่านมาพบว่า 78% ของผู้ที่ตอบแบบสอบถาม เป็นบุคคลที่มีภาระหนี้อย่างน้อย 1 ประเภท และสัดส่วนประมาณ 35.6% ของประชาชนในกลุ่มที่มีภาระหนี้ ระบุว่า มีภาระการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนเพิ่มขึ้น ขณะที่ 49.7% มีภาระผ่อนชำระหนี้เท่าเดิม และมีเพียง 14.6% เท่านั้นที่มีภาระการผ่อนชำระหนี้ลดลง
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ ซึ่งเป็นมาตรวัดความเปราะบางทางการเงินของภาคครัวเรือนที่ต่ำกว่าระดับ 40% ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งสะท้อนว่าคนกลุ่มใหญ่น่าจะยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ แต่ก็มีความเป็นห่วงโอกาสในการได้รับสินเชื่อ และความไม่แน่นอนทางด้านรายได้







