
พังเพราะ(นาฬิกา)เพื่อน
สมผล ตระกูลรุ่ง นตฺถิ อการิยํ ปาปํ มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน
สมผล ตระกูลรุ่ง
นตฺถิ อการิยํ ปาปํ มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน
คนมักพูดมุสา จะไม่พึงทำความชั่ว ย่อมไม่มี
ภาษิตนี้ พระพุทธองค์ให้ความสำคัญกับสัจจะความจริง เพราะการโกหกนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เป็นเรื่องการตัดสินใจของตัวเองโดยแท้ ไม่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเป็นเรื่องการต่อสู้เพื่อเอาชนะตัวเองเท่านั้น ไม่เหมือนฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ที่มีองค์ประกอบภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คนที่โกหกจึงเป็นคนที่พ่ายแพ้ตัวเอง เมื่อกล้าที่จะโกหกได้ก็ย่อมกล้าที่จะทำความชั่วอื่นใดก็ได้
แต่ดูเหมือนว่าคนไทยสมัยนี้ แม้จะประกาศตัวว่าเป็นชาวพุทธ แต่กลับโกหกกันหน้าตาเฉย ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม ตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อยและชัดเจนมากๆ คือ กรณีการแย่งชิงลอตเตอรี่ ที่มีสองฝ่ายอ้างความเป็นเจ้าของ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีหนึ่งฝ่ายที่โกหกแน่ๆ และเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่ากำลังโกหก และเป็นการโกหกต่อสาธารณะ ต่อคนทั้งประเทศ เป็นการออกมาแสดงตนให้ข่าวกับผู้คนทั่วไปโดยไม่มีความรู้สึกละอายต่อบาปกันเลย
คนที่โกหก เป็นพวกปราศจาก หิริ โอตตัปปะ เป็นพวกที่ไม่ละอายต่อการทำบาป และไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรมที่ได้กระทำ คนที่ไม่มี หิริ โอตตัปปะ ย่อมทำชั่วได้อย่างแน่นอน
รัฐบาล คสช.หรือรัฐบาลสองลุง วันนี้ก็เผชิญกับความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์สุจริตของลุงใหญ่ ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันเรื่องนาฬิกาเพื่อน
รัฐบาล คสช.บริหารประเทศมากว่า 3 ปี ภายใต้ 2 ลุง ลุงตู่มีอำนาจสูงสุดตามนิตินัย ลุงป้อมมีอำนาจในฐานะพี่ใหญ่ ที่ดูเหมือนลุงตู่จะให้ความเกรงใจ กลายเป็นศูนย์อำนาจในทางปฏิบัติ
รัฐบาลลุงตู่ได้รับความชื่นชม ได้แรงสนับสนุนจากชนชั้นกลาง ชนชั้นที่ใช้โซเชียลมีเดียมากที่สุด และคนกลุ่มนี้เปลี่ยนใจได้ง่ายที่สุดเช่นกัน นโยบายการปราบคอร์รัปชั่นด้วย ม.44 ตรงใจคนกลุ่มนี้ แต่กลับเพิกเฉยกับมหกรรมนาฬิกาของลุงป้อม ที่อ้างว่า นาฬิกาทั้งหมดที่ถูกเปิดเผยแล้ว 25 เรือน ที่ ตัวเองใส่ออกงานนั้น เป็นของเพื่อน ยืมเพื่อนมาใส่ทั้งหมด และได้คืนให้เพื่อนไปหมดแล้ว ได้ชี้แจงกับ ป.ป.ช.แล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.พิจารณา ถ้าชี้ว่าผิดก็ยินดีลาออก
พลันที่ข่าวยืมนาฬิกาเพื่อนออกสู่สาธารณะ โลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์ กระแสในโลกออนไลน์ไม่มีใครเชื่อว่า นาฬิกาที่ลุงป้อมใส่นั้นยืมมา จากเพื่อนทั้งหมด ในโลกออนไลน์มีรูปล้อเลียนมากมาย การยกมือปิดหน้าโชว์นาฬิกาโชว์แหวน กลายเป็นท่ายอดนิยมในการถ่ายรูป เจอกันก็จะทักทายว่า ยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่หรือเปล่า
ไม่เฉพาะสื่อไทย โลกออนไลน์ไทย แต่ต่างประเทศก็ให้ความสนใจ อดีตทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ถึงกับตั้งข้อสงสัยว่า ไม่เข้าใจว่าคนเราทำไมต้องใส่นาฬิกาถึง 25 เรือน ทั้งๆ ที่มีข้อมือ 2 ข้าง รวมทั้งสื่อจากอังกฤษที่ให้ ฉายาว่า "The Rolex General" หรือนายพลโรเล็กซ์ จนมีข่าวว่า มีความพยายามที่จะบล็อกข่าวนี้
โลกโซเชียลเรียกร้องให้ลุงตู่ใช้อำนาจที่มีแก้ไขสถานการณ์ เรียกศรัทธา เรียกให้กองหนุนกลับ แต่ดูเหมือนลุงตู่จะไม่กล้ากับพี่ใหญ่ ไม่ยอมปลดไม่ยอมปรับ แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องของลุงใหญ่รับผิดชอบชี้แจงเอง
ถ้าเชื่อตามข้ออ้างของลุงป้อม ก็ต้องตำหนิเพื่อนๆ ว่า ได้ทำความผิดอย่างมหันต์ เป็นพวกหวังดีประสงค์ร้ายกับลุงป้อม เอานาฬิกาหรูๆ แพงๆ มาให้ลุงป้อมใส่ทำไม นาฬิกามีไว้เพื่อใช้ดูเวลา แค่เรือนเดียวก็ดูเวลาได้แล้ว หรือเอาใจลุงป้อม อยากจะให้เก๋ไก๋ไฉไล ใส่นาฬิกาหรูไปทำงาน
เสียดายที่นักข่าวไม่ถามว่า เพื่อนนำนาฬิกามาเสนอให้ลุงป้อมยืมใส่ หรือลุงป้อมไปขอยืมเพื่อนมาใส่เอง แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม การที่ลุงป้อมสลับสับเปลี่ยนใส่นาฬิกาหรูไม่น้อยกว่า 25 เรือน ไม่ซ้ำกัน นั่นแสดงว่าลุงป้อมเองก็ชอบนาฬิกาไม่แพ้นักสะสมคนใด หาไม่แล้วก็คงไม่เอานาฬิกาของเพื่อนมาใส่ทำงาน ใส่โชว์ จนเป็นหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ก็ถ้าลุงป้อมชอบขนาดนี้ มีตำแหน่งหน้าที่อย่างนี้ จะไม่หาไว้เป็นสมบัติส่วนตัวบ้างเลยหรือ ใจคอจะขอยืมแต่ของเพื่อนมาใส่เพื่อความสุขในการทำงานเท่านั้นหรือ เพื่อนก็ช่างกระไร ให้ยืมได้ง่ายๆ นาฬิกาเรือนละเป็นแสนเป็นล้าน ให้ยืมมาใส่ง่ายๆ
เหตุผลอย่างนี้ มีคนล้อเลียนว่า เด็กใบ้ได้ยินยังหัวเราะได้เลย ไม่รู้ว่า จะหาคนเชื่อได้หรือเปล่า แต่ที่ผู้คนให้ความสนใจและรอฟังคือ ท่านผู้ทรงความรู้อย่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเชื่อเหตุผลนี้หรือไม่
ลูกบอลวันนี้ จึงอยู่ในมือของ ป.ป.ช. ความน่าเชื่อถือของป.ป.ช. อยู่ที่ผลการพิจารณาคดีนี้
ไม่ว่าใครจะเป็นที่ปรึกษาที่แนะนำให้ลุงป้อมยืนยันว่าเป็นนาฬิกาเพื่อนทั้งหมด คำแนะนำอย่างนี้นอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมให้หนักและยากจะแก้ไข เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือที่ลุกลามไปถึงรัฐบาล คสช. ที่กองหนุนเริ่ม ร่อยหรอ จนถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเหลือกองหนุนมากน้อยเท่าใด เพราะกองหนุนของ คสช.คือคนในโลกออนไลน์
คดีนี้คงไม่จบลงง่ายๆ ไม่ว่ารัฐบาล คสช.จะปกป้องพี่ใหญ่ได้หรือไม่ ป.ป.ช.จะเชื่อเหตุผลนี้หรือไม่ แม้ลุงป้อมจะหลุดรอดได้ในรัฐบาลนี้ แต่อย่าหวังว่าจะรอดได้ตลอดไป เมื่อไรก็ตามที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง นักการเมืองคงจองกฐินเอาไว้แล้ว และด้วยคดีทุจริตคอร์รัปชั่นที่ไม่มีอายุความ เชื่อขนมกินได้เลยว่า ในแง่มุมของกฎหมาย ย่อมหาทางรือฟื้นคดีขึ้นมาได้เสมอ ขอให้ได้คุมอำนาจรัฐ ถ้าลุงป้อมยังหายใจอยู่ คงไม่พ้นวิบากกรรม
วิบากกรรมนี้ ไม่เฉพาะลุงป้อม ที่จะต้องเผชิญ เพื่อนๆ ใจดีของลุงป้อมที่อุตส่าห์ให้ยืมนาฬิกามาใส่ คงต้องถูกสอบถึงที่มาที่ไปของนาฬิกา เพื่อนใจดีเหล่านี้ยังหายใจกันอยู่ทุกคนหรือเปล่า เห็นมีข่าวว่า มี 4 คน บางคนลาโลกไปแล้ว คนที่เหลือหรือญาติผู้ตาย ถ้าจะให้การอะไรคงต้องระวังให้ดี หากให้การเท็จ นอกจากคดีอาญาที่ทำให้ ไอคุกๆ แล้ว ยังอาจจะถูกตรวจสอบภาษีว่า เอาเงินจากที่ไหนมาซื้อนาฬิกา โดยเฉพาะริชาร์ด มิลล์ เรือนละกว่า สิบล้าน เงินนี้ท่านได้แต่ใดมา
การตรวจสอบผู้ซื้อนาฬิกาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ละวันมีคนซื้อไม่มาก บริษัทผู้ขายน่าจะเก็บข้อมูลไว้ ไม่ใช่เก็บไว้เพื่อให้ตรวจสอบคดีอาญา แต่เก็บไว้เพื่อธุรกิจของเขา จึงไม่น่ายากที่จะหาข้อมูล
เรื่องแรก ป.ป.ช.ต้องเรียกเจ้าของนาฬิกา ให้ส่งมอบนาฬิกาทั้ง 25 เรือนมาตรวจสอบก่อนว่ามีกี่เจ้าของ มีที่มา ที่ไปอย่างไร
เอาแค่ฉากแรก รอดูกันว่า ป.ป.ช.กล้าทำหรือไม่ ถ้าไม่กล้า ป.ป.ช.เองคงอยู่ยากแล้ว
ทั้งเพื่อนที่ให้ยืมหรือเพื่อนที่ขอยืม เตรียมตัวพังเพราะเพื่อนได้เลย n







