
แม็คกรุ๊ปเร่งฟื้นยอด ชูซีอาร์เอ็ม ออนไลน์ โกอินเตอร์
วันเพ็ญ พุทธานนท์ ปี 2560 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ยากลำบากของหลายธุรกิจจากปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบด้าน รวมถึงบริษัท แม็คกรุ๊ป ที่ยอมรับว่าเป็นปีแรกที่ผลประกอบการลดลง 3-5% นับแต่ก่อตั้งบริษัทมากว่า 40 ปี
วันเพ็ญ พุทธานนท์
ปี 2560 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ยากลำบากของหลายธุรกิจจากปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบด้าน รวมถึงบริษัท แม็คกรุ๊ป ที่ยอมรับว่าเป็นปีแรกที่ผลประกอบการลดลง 3-5% นับแต่ก่อตั้งบริษัทมากว่า 40 ปี
สุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป เปิดเผยว่า การเติบโตที่ลดลงในปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตขึ้น ประกอบกับเห็นสัญญาณบวกที่จะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งจากราคาพืชผลจากการเกษตรที่เริ่มขยับขึ้น กำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น และหากภาครัฐลงทุนเมกะโปรเจกต์เร็วขึ้นก็จะยิ่งหมุนเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น
"หากรัฐบาลลงทุนเมกะโปรเจกต์ได้เร็วจะส่งผลกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคได้ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่เกินไตรมาส 3 จะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชัดเจน" สุณี กล่าว
แม็คกรุ๊ปจึงวางกลยุทธ์ในการเดินหน้าธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ กระตุ้นยอดขายให้ฟื้นตัวโดยปี 2561 ตั้งเป้าเติบโต 10% การสร้างผลกำไรเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น และเป้าหมายระยะยาวคือ การสร้างแบรนด์แม็คไปสู่ความเป็นเอเชียแบรนด์ภายในไม่เกิน 10 ปีนับจากนี้
สำหรับกลยุทธ์ที่วางไว้ประกอบไปด้วย การขยายพื้นที่จำหน่ายเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 3,000 ตารางเมตร หรือ 30 จุดขาย การเพิ่มจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมถึงเพิ่มประเภทสินค้ากลุ่มอโรมา กลุ่มแอกเซสซอรี่ รวมถึงสินค้ากลุ่มใหม่อย่าง แอ็กทีฟแวร์ แบรนด์ใหม่ในปีนี้
ปัจจุบันสินค้าของแม็คกรุ๊ป แบ่งเป็นกลุ่มเดนิมหรือผ้ายีนส์สร้างสัดส่วนรายได้ 60% กลุ่มนันเดนิมหรือสินค้าที่ไม่ใช่ยีนส์ 20% กลุ่มสกินแคร์ 10% นาฬิกาและแอกเซสซอรี่ 10% โดยสินค้ากลุ่มสกินแคร์จะเป็นกลุ่มที่ปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์แม็คในการเปิดตัวไปสู่สินค้ากลุ่มใหม่ๆ นอกเหนือจากยีนส์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายมุ่งเป็นผู้บริหารแบรนด์และบริหารช่องทางจำหน่ายเพื่อสร้างโอกาสเติบโตใหม่ๆ
อีกกลยุทธ์สำคัญ คือ การขยายช่องทางออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซ ทั้งผ่านเว็บไซต์แม็คสโตร์ของบริษัทและมาร์เก็ตเพลส เพื่อปรับสู่การเป็นออมนิแชนแนล โดยลงทุนพัฒนาด้านไอทีรองรับอี-คอมเมิร์ซแล้ว 200-300 ล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้าช่องทางออนไลน์สร้างยอดขาย 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในเดือน ธ.ค. 2560 บริษัทได้เริ่มทดลองใช้ระบบซีอาร์เอ็ม เพื่อสมัครสมาชิกในโปรแกรมแม็คคลับ (MC Club) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำจากสมาชิกซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายในร้านค้าเดิมเติบโตเพิ่มขึ้น ตั้งเป้ามีสมาชิก 5 แสนคนในปีนี้
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม็คมีจำหน่ายในเมียนมา กัมพูชา อิหร่าน และเล็งขยายตลาดไปยังอินโดนีเซียและมาเลเซีย เร็วๆ นี้ ตั้งเป้า 3 ปีมียอดขายจากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
สิ่งสำคัญคือ ปีนี้จะไม่ได้เห็นแบรนด์ แม็คลดราคาสะบั้นหั่นแหลกอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2560 เพราะส่งผลให้กำไรลดลง ดังนั้นกลยุทธ์การทำโปรโมชั่นจึงเปลี่ยนจากการลดราคามาเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าได้ความคุ้มค่าแทน เช่น การจัดคอนเสิร์ต เป็นต้น







