posttoday
รากเหง้าภิกษุณีในสุวรรณภูมิ

รากเหง้าภิกษุณีในสุวรรณภูมิ

21 มกราคม 2561

นานมาแล้วผมได้ยินคนเขาเถียงกันเรื่องภิกษุณี พบบางความเห็นระบุว่า แผ่นดินสุวรรณภูมิเราไม่เคยมีภิกษุณีมาตั้งแต่แรก

โดย กรกิจ ดิษฐาน 

นานมาแล้วผมได้ยินคนเขาเถียงกันเรื่องภิกษุณี พบบางความเห็นระบุว่า แผ่นดินสุวรรณภูมิเราไม่เคยมีภิกษุณีมาตั้งแต่แรก ซึ่งผมเกือบจะเห็นคล้อยตามด้วย หากไม่เผอิญไปเห็นหลักฐานในคัมภีร์สมันตปาสาทิกา อรรถกถาพระวินัย เสียก่อน ในส่วน “พาหิรนิทานวรรณนา” ซึ่งพรรณนาเรื่องการสังคายนาและประกาศพระศาสนา เล่าว่า เมื่อคราวที่พระโสณะ-อุตตระ เดินทางมาสุวรรณภูมิ ได้ปราบนางผีเสื้อน้ำที่รังควาญคนท้องถิ่น แล้วเทศนาพรหมชาลสูตร จนชาวสุวรรณภูมิ “ตั้งอยู่ในสรณคมน์และศีล” และ “ประชาชนประมาณหกหมื่น ได้บรรลุธรรมแล้ว พวกเด็กในตระกูลประมาณสามพันห้าร้อย บวชแล้ว...” และที่สำคัญคือ

“กุลธิดาประมาณหนึ่งพันห้าร้อยนาง ก็บวชแล้ว” (กุลทารกานํ อฑฺฒุฑฺฒานิ สหสฺสานิ ปพฺพชิํสุ, กุลธีตานํ ทิยฑฺฒสหสฺสํฯ)

ข้อความนี้ช่วยยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า พระสมณทูตครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช ได้บวชกุลธิดาท้องถิ่นให้เป็น “อะไรสักอย่าง” ในสุวรรณภูมิมาตั้งแต่ครั้งนั้น อย่างไรก็ตามท่านบวชกุลธิดาเป็นอะไรสักอย่างนั้น เพราะผมไม่ทราบแน่นอนว่า ท่านบรรพชาเด็กหญิงเป็นสามเณรี หรือ
สิกขมานา หรืออะไรอย่างอื่นๆ เพราะข้อความในคัมภีร์ปรากฏเท่านี้

อย่างไรก็ตาม จากถ้อยคำที่ท่านใช้ บ่งชี้ไปในทางการบวชสามเณรี ซึ่งหมายความว่า ในคณะสมณทูตสายสุวรรณภูมิจะต้องมีภิกษุณีติดตามมาด้วย เพราะหากไม่มีท่านจะบวชกุลธิดาไม่ได้ ในมหาวงศ์พงศาวดารลังกา ระบุว่า “พระมหาเถระเจ้าทั้งปวงเมื่อไปนั้น 5 รูปทั้งพระองค์” (ปญฺจ เถเร อเปสยิ) คือส่งไป 5 รูปพอจะทำสังฆกรรมบวชลูกหลานคนท้องถิ่นได้ แต่หลังจากอ่านสมันตปาสาทิกาส่วนนี้แล้ว ยังเชื่อว่า คณะของพระโสณะ-อุตตระ ไม่น่าจะมีเพียงคณะภิกษุ แต่น่าจะมีภิกษุณีด้วย

กระนั้นก็ตาม ถึงจะมีภิกษุณีมาแต่ดั้งแต่เดิม แต่สายการบรรพชาอุปสมบท ขาดสูญไปแล้ว การรื้อฟื้นจึงเป็นวิวาทะตราบจนถึงบัดนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ตีความต่างกันไป อีกทั้งเจตนายังต่างกัน ฝ่ายหนึ่งต้องการเติมเต็มพุทธบริษัท 4 ฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาธรรมเนียมเคร่งครัด เรื่องนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ของคณะสงฆ์ย่อมเป็นผู้ตัดสิน

แต่ผู้น้อยอย่างกระผมขอแสดงความเห็นต่ำต้อยว่า น่าจะพิจารณาตามท่าทีขององค์ดาไลลามะ ท่านไม่ได้หักดิบ แต่ก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะสายภิกษุณีในทิเบตขาดสูญไปเนิ่นนาน ท่านสนับสนุนสิทธิสตรี แต่ยำเกรงธรรมเนียม-พระวินัย จึงรอให้คณะสงฆ์ทั่วโลกประชุมหารือกันเสียก่อน (ซึ่งยากที่จะเกิด) ขณะเดียวกันความที่ท่านสนับสนุนสิทธิสตรี จึงไม่ห้ามหากกุลธิดาทิเบตจะไปบรรพชาอุปสมบทกับสายอื่น แล้วมาร่วมสังฆมณฑลของพระองค์

หากกุลธิดาสุวรรณภูมิคิดจะสืบทอดธรรมเป็นภิกษุณี แม้นไม่มีสายเถรวาทเหลืออยู่แล้วก็ยังอาจบวชเป็นภิกษุณีสายธรรมคุปต์ที่จีนเกาหลี เวียดนาม ได้ อย่างกุลธิดาชาวทิเบต สถานะและศักดิ์ศรีไม่ด้อยไปกว่ากันและเป็นสายตรงสืบทอดจากพระมหาปชาบดีโคตมีเถรีผ่านมาถึงพระสังฆมิตตาเถรีแห่งลังกาเช่นกัน

คำถามก็คือ มหาเถรสมาคมจะปิดทางภิกษุณีจากสายธรรมคุปต์ และกุลธิดาสุวรรณภูมิจะยอมรับสายธรรมคุปต์หรือไม่ ก็เท่านั้น

อนึ่ง ความรู้เรื่องภิกษุณีสายธรรมคุปต์ในบ้านเมืองเรามีเพียงหยิบมือ ทั้งที่เป็นสายตรง และมีศักดิ์ชอบธรรม ตัวบทศึกษามีมากมาย โดยเฉพาะชีวประวัติภิกษุณี (ปี่ชิวหนีจ้วน - &>7604;&<9992;&>3612;&>0659;) ที่บันทึกสายทายาทธรรม และวัตรปฏิบัติของเถรีท่านสำคัญในแผ่นดินจีนมานานนับพันปี หากศึกษาอย่างถ่องแท้ ท่านจะเชื่อมั่นศรัทธาในสายนี้ไม่น้อยไปกว่าสายเถรวาทที่ “ขาดสูญไปแล้ว” ดังนั้นก่อนการรื้อฟื้น หรือปิดทาง ผมขอให้ทุกฝ่ายศึกษาอย่างรอบด้านเสียก่อน จะตัดสินอะไรลงไป

อย่าไปติดว่า เป็นภิกษุณีมหายานแล้วศักดิ์ศรีด้อยกว่า ซึ่งหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพระวินัยธรรมคุปต์ก็อย่างเดียวกับพระวินัยเถรวาท อีกประการก็คือท่านบวชเป็นภิกษุณีธรรมคุปต์ ก็ยังสามารถทำสังฆกรรมอย่างเถรวาทได้ สวดบาลีได้เพราะ “ความเป็นมหายาน” หรือ “หีนยาน” มิใช่วัดกันที่ธรรมเนียม แต่วัดกันที่ปณิธาน หากหวังรื้อขนสรรพสัตว์ก่อนตรัสรู้ ท่านก็เป็นมหายาน หากมุ่งปฏิบัติเพื่อบรรลุธรรมส่วนตน ท่านก็สายดั้งเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์