
หยุ่นสตูดิโอ
เจียรนัย อุตะมะเจริญชัย คงจันทร์ หรือหยุ่น วัย 38 ปี หนุ่มชาวใต้ที่โชคชะตาและฟ้าลิขิตให้ได้ร่ำเรียนและใช้ชีวิตในภาคเหนือจนสร้างความฝันให้ตัวเองได้สำเร็จด้วยสองมือและความมานะอุตสาหะ กลายเป็น Yoon Studio ผลิตชิ้นงานศิลปะตกแต่งบ้าน ส่งขายร้านค้าจากเหนือจรดใต้ และได้ใช้ชีวิตดูแลครอบครัวได้อย่างดี ด้วยความฝันและทำตามฝันจนสำเร็จ
เจียรนัย อุตะมะ
เจริญชัย คงจันทร์ หรือหยุ่น วัย 38 ปี หนุ่มชาวใต้ที่โชคชะตาและฟ้าลิขิตให้ได้ร่ำเรียนและใช้ชีวิตในภาคเหนือจนสร้างความฝันให้ตัวเองได้สำเร็จด้วยสองมือและความมานะอุตสาหะ กลายเป็น Yoon Studio ผลิตชิ้นงานศิลปะตกแต่งบ้าน ส่งขายร้านค้าจากเหนือจรดใต้ และได้ใช้ชีวิตดูแลครอบครัวได้อย่างดี ด้วยความฝันและทำตามฝันจนสำเร็จ
ใครว่าศิลปินต้องไส้แห้ง ถ้าหาเอกลักษณ์หรือความชื่นชอบของตัวเองให้เจอก็สามารถขายชิ้นงานเลี้ยง ตัวเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี
ตุ๊กตารูปสัตว์ทั้งกวาง ช้าง ไก่ นกฮูก ม้าลาย และสุนัข ขนาดกะทัดรัด สีสันสดใส ดวงตากลมโต กวางที่มีดอกไม้อยู่ที่เขาทั้งสองข้าง และดอกไม้ที่ปลายงวงช้าง ที่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ได้มาชมในงาน NAP (Nimmanhaemin Art & Design Promenade) ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 จ.เชียงใหม่ ที่จัดเป็นประจำทุกปีช่วงเดือน ธ.ค.
"วัสดุที่ใช้ทำส่วนลำตัวสัตว์จะใช้ไม้เนื้อแข็ง ส่วนอื่นเช่น หน้าตา เขา งวง และขา จะเป็นวัสดุที่ผสมขึ้นมาเฉพาะในการปั้น ซึ่งข้างในจะเสริมด้วยเหล็กเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ปั้นเสร็จนำไปตากแห้งแล้วขัดด้วยเครื่องขัดกระดาษทราย ต่อด้วยการทำสี และเคลือบแลคเกอร์เป็นขั้นตอนสุดท้าย งานแต่ละชิ้นจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย
ความฝันของหยุ่นที่สร้างสรรค์งานศิลปะตกแต่งบ้านนี้มาได้ 5 ปีแล้วใน Yoon Studio ที่ ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยสตูดิโอนี้คือบ้านอันอบอุ่นของหยุ่นและครอบครัวที่ประกอบด้วยภรรยาที่เป็นพยาบาล และลูกชายวัย 3 ขวบ
หยุ่นจะนั่งรังสรรค์งานขึ้นภายในสตูดิโอนี้ทุกวัน พร้อมกับการทำงานบ้านและดูแลลูกชายของตัวเอง ในขณะที่ภรรยาออกไปทำงาน ช่างเป็นชีวิตในฝันของใครหลายคนที่ไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ จนกระทั่งเกษียณอายุงาน
ใครจะคิดว่าเขาจะสามารถทำตามความฝันนี้ได้ จากเด็กศิลป์ที่ใครๆ ได้พูดติดปากว่าศิลปินไส้แห้งเพราะหางานรองรับยาก แต่เขากลับทำได้จนสำเร็จ
จากเด็กน้อยที่ถือกำเนิดที่ ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เอนทรานซ์ได้ไปเรียนปริญญาตรี เป็นนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากนั้นไปวาดรูปขายให้กับนักท่องเที่ยวที่เกาะช้าง จ.ตราด ประมาณ 1 ปี
ต่อมาได้ทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับการออกแบบ สถาปัตย์และภูมิสถาปัตย์ที่กรุงเทพฯ ประมาณ 1 ปี 6 เดือน
"ทำงานที่นี่ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตไม่เหมาะกับงานประจำ นั่งรถไปทำงานไกลมาก เสียเวลา"
ช่วงที่ลาออกจากบริษัทดังกล่าวเขามีเงินติดตัวมาไม่มาก แต่คิดว่าสามารถทำงานที่ตัวเองชอบได้ เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว การใช้ชีวิตและผลิตชิ้นงานขายคงไม่ยาก ช่วงนั้นประมาณปี 2550-2551
เริ่มแรกมาอาศัยอยู่กับพี่ที่รู้จักพร้อมกับวาดรูปขาย แต่ความที่เคยทำงานเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านมาก่อนทำให้เรียนรู้ว่างานตกแต่งบ้านประเภทไหนที่จะขายได้
"เราต้องมีบางสิ่งที่เราชอบ ต้องหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้เจอ จุดเปลี่ยนที่เริ่มคิดตั้งแต่จะออกจากงานประจำ"
เริ่มงานแรกเป็นกวางกับช้าง ที่ขึ้นรูปด้วยไม้ จากนั้นเป็นไก่ ม้าลาย ขายได้หมด ต่างชาติชอบ ช้างและกวาง ส่วนคนไทยชอบไก่ ที่เพิ่มประเภทชิ้นงานเพื่อจะได้มีความหลากหลายของงานให้ลูกค้าเลือกซื้อ
"เริ่มจากเราออกแบบ และซื้อวัสดุมาจากโรงไม้ เป็นเศษไม้ที่เหลือจากงานทำประตู วงกบ และตัดไม้เป็นตัว เริ่มแรกทำเอง ตอนหลังจ้างคนตัดไม้เป็นรูปทรง เราหันมาทำงานปั้นงาน และตกแต่งหลังได้รูปทรงแล้ว งานตัดไม้เป็นตัวเป็นงานง่ายๆ แค่เหลา"
เมื่องานได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเขาจึงเปิด Yoon Studio ภายในบ้านของภรรยาที่เป็นคนเชียงใหม่ และเริ่มส่งงานให้ร้านค้าประจำ ร้านไม้มุงเงิน ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 และร้านตู้โต๊ะ ตั่ง เตียง ที่จตุจักร พลาซ่า โซน C ซอย 5 ที่เปิดทุกวัน และมีลูกค้าซื้อ ไปขายที่ภูเก็ตด้วย
เขาผลิตงานได้เดือนละ 70 ชิ้น เป็นงานทำมือทั้งหมด ร้านเหล่านี้เป็นลูกค้าประจำมานาน 4-5 ปีแล้ว ระหว่างที่ผลิตงานส่งขายตามร้านค้าแล้วยังเก็บบางชิ้นงานไว้ขายในงาน NAP ทุกปีด้วย
"เคยมีลูกค้าชาวเวียดนาม บินตามไปดูงานที่ สตูดิโอ ด้วยความสนใจส่วนตัว หลังเขาไปเปิดตัวที่งานบ้านและสวน"
หยุ่นเคยมาขายผลงานที่นิตยสารบ้านและสวนจัด จากนั้นก็ไม่ได้ไปอีกเพราะลูกยังเล็ก
เขาเล่าว่า ทุกวันนี้พอใจกับชีวิตตัวเองมาก ได้ทำงานที่รักและสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัว ได้มีเวลาให้ครอบครัว
"ทุกวันนี้ปัญหาของผมคือผลิตงานไม่พอขาย เคยยกเลิกส่งบางร้านไปเอาเท่าที่ทำได้"
จากที่เคยวางงานขายที่งาน NAP โดยฝากหน้าร้านเพื่อน ปัจจุบันเขาเช่าหน้าร้านช่วงจัดงานแล้วให้เพื่อนที่เพิ่งทำชิ้นงานฝีมือ ฝากขายแทน
โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ สำหรับคนที่ไม่หยุดนิ่งทำในสิ่งที่ตัวเองรัก โอกาสย่อมเปิดกว้างให้มีที่ยืนเสมอ







