
คนดี
เรื่องราวเริ่มต้นที่ "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันหนึ่ง
โดย ธนพล บางยี่ขัน
เรื่องราวเริ่มต้นที่ "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันหนึ่ง
คนขับ "มินิบัส" บีบแตรเสียงดังสนั่นเมื่อมาถึงป้ายรถเมล์ จะว่าไปมันก็อาจจะเป็นเรื่องปกติของรถเมล์ไม่ว่าไซส์เล็ก ไซส์ใหญ่ ที่ชอบบีบแตร ไม่ว่าจะเพื่อส่งเสียงเรียกผู้โดยสาร หรือกดดันรถคันที่จอดแช่อยู่ข้างหน้า
ปัญหาอยู่ตรงที่ป้ายรถเมล์ตรงนี้ มีนายท่าของ ขสมก.ประจำป้อม คอยประกาศส่งเสียงตามสายให้ผู้โดยสารทราบว่ามีรถประจำทางสายไหนกำลังเข้าป้าย พร้อมแจกแจงว่าแต่ละสายมีจุดหมายปลายทางอยู่ตรงไหน
สิ้นเสียงแตร... นายท่าเสียงเข้มประกาศ ออกไมค์ กึ่งถาม กึ่งตำหนิ "บีบแตรทำไม"
ในมุมของคนขับก็ดูจะเข้าใจสถานการณ์และไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อการถูกพาดพิงใดๆ ตรงกันข้ามกับกระเป๋ารถเมล์สาวสวยที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยมาตลอดทางก่อนหน้านี้ ออกอาการหัวร้อนแสดงท่ากระฟัดกระเฟียดแบบไม่ปิดบัง
ปากพร่ำบ่นแสดงความไม่พอใจ แดกดัน ไปยังนายท่าที่นั่งห่างออกไปไกลเกินกว่าจะได้ยิน แต่เสียงของเธอก็ดังพอจะให้คนในรถเมล์จะได้ยินกันชัดถ้อยชัดคำ
จากน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างรุนแรง เนื้อหาคร่าวๆ ที่พอจับใจความได้ประมาณว่า กฎหมายห้ามบีบแตรหรืออย่างไร ถ้าห้ามเดี๋ยวจะไปถอดแตรทิ้ง ก่อนจะลากยาวไปเรื่อยๆ กลายเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจในสถานะความเป็นรถร่วมบริการ ที่ถูกเลือกปฏิบัติไม่เท่าเทียมกับรถเมล์ของ ขสมก.
คนขับที่นั่งเงียบมานานเริ่มมีปากมีเสียง ถึงจะไม่ได้ตั้งใจส่งสารไปถึงนายท่า แต่คำชี้แจงจากปากที่ได้ยินกันแค่คนบนรถก็ทำให้ทราบว่าเขาบีบแตรเพราะทักคนขับรถเมล์คันข้างหน้าซึ่งรู้จักกัน
ไม่นานนักนายท่าประกาศออกไมค์กดดันให้รถมินิบัสเร่งออกจากป้าย หลังจอดแช่อยู่พักใหญ่ กระเป๋ารถเมล์ที่อารมณ์ค้างกลับมาบ่นต่ออีกยก พาดพิงไปถึงรถเมล์ของ ขสมก.จอดอยู่ตั้งนานไม่ยอมไล่
ผ่านไปหลายป้ายรถเมล์ กระเป๋าสาวดูอารมณ์เย็นขึ้น นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือในช่วงรถติดไฟแดง สลับคุยกับคนขับ เล่าว่าเธอ กำลังแชตคุยกับรถเมล์คันข้างหน้าเชิงล้อเลียนว่าต่อไปป้ายนี้ห้ามบีบแตร ก่อนหัวเราะชอบใจ
มาหักมุมตรงคนขับเบรกกะทันหันตรงย่านบ่อนไก่ ทั้งที่ไม่มีใครหรืออะไรตัดหน้ารถ
กระเป๋าสาววิ่งลงไปที่ทางเท้าอย่างรู้หน้าที่ กลับมาพร้อมพวงมาลัยดอกดาวเรือง 4 พวงใหญ่ คนขับนำมาแขวนหน้ารถ ก่อนจะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ขัดแย้งกับภาพก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
ใครมาเห็นภาพมุมนี้ก็คงจะอดชื่นชมทั้งคนขับและกระเป๋ารถเมล์สาวไม่ได้
ยิ่งหากพิจารณาประกอบกับลีลาการขับรถที่ออกจะสุภาพเรียบร้อย ต่างจากภาพจำของมินิบัสคันอื่นด้วยแล้ว รถคันนี้น่าจะได้รับคำชื่นชมเสียด้วยซ้ำ
การจะพิจารณาตีตราให้เป็น "คนดี" จริงไม่ใช่เรื่องที่มองกันแค่ชั่วครู่ชั่วคราว แต่ต้องมองกันยาวๆ
ชวนให้นึกถึงมุมมองจาก เกรกอรี คาฟกา (Gregory Kafka) นักปรัชญาการเมือง ที่อธิบายว่า คนดีมีทั้งแนว Agressive และ Compromising
ที่สำคัญการอยู่ในสังคมที่ทุกคนเป็นคนดีก็ยังจะมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ดี เพราะระดับการรับรู้ต่อเรื่องราวปัญหาต่างๆ ไม่เท่ากัน แต่ละคนมีปัจจัยรายละเอียดต่างกันไป
คนดีบางคนมองโลกในแง่ดี คนดีบางคนมองโลกในแง่ร้าย ยากจะบอกว่าใครผิดใครถูก
ปัญหาอยู่ตรงที่ คาฟกา มองประเด็นวิวัฒนาการว่า เมื่อคนดีสายประนีประนอมไม่ได้สิ่งที่ต้องการจะกลายพันธุ์เป็นคนดีสายก้าวร้าว
หากเป็นเช่นนั้นการอยู่ร่วมกันของคนดีย่อมยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ก้าวไปสู่สภาพของความก้าวร้าว
ไม่ว่าจะเป็นนายท่า คนขับรถเมล์ กระเป๋ารถเมล์ เมื่ออยู่ร่วมกันในสังคมต่อให้เป็นคนดีแค่ไหนก็มีโอกาสพัฒนาไปสู่ความก้าวร้าวได้อย่างไม่ยากเย็น
ยังไม่ต้องพูดถึงความเป็นจริงของสังคมที่ไม่ได้มีแต่คนดี...







