posttoday
ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ Blockchain

ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ Blockchain

21 มกราคม 2561

โดย ปริญญา หอมเอนกผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศBlockchain ไม่ใช่ตัวเงินที่เป็น Digital Currency เหมือน Bitcoin หรือ Cryptocurrency สกุลอื่นๆ แต่ Blockchain คือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Bitcoin และ Cryptocurrency อีกหลากหลายสกุลกว่า 900 สกุล

โดย ปริญญา หอมเอนกผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

Blockchain ไม่ใช่ตัวเงินที่เป็น Digital Currency เหมือน Bitcoin หรือ Cryptocurrency สกุลอื่นๆ แต่ Blockchain คือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Bitcoin และ Cryptocurrency อีกหลากหลายสกุลกว่า 900 สกุล

แต่ละสกุลจะมีไฟล์ Blockchain เป็นของตนเอง แต่ขนาดของไฟล์ในแต่ละสกุลของ Cryptocurrency จะไม่เท่ากัน ซึ่งมี Mining Pool ของผู้ทำเหมืองขุด Bitcoin กันอย่างจริงจัง โดยรายใหญ่ไม่กี่ราย

ความเข้าใจผิดที่ 1

"การเก็บ Blockchain เป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบ Centralized Database"

จริงๆ แล้ว Blockchain ไม่ได้ถูกจัดเก็บเป็น Centralized Database แต่ถูกจัดเก็บในรูปแบบ Distributed Database เป็น Flat File ธรรมดาที่มีแต่การเพิ่มข้อมูลเข้าไป (Insert) ไม่มีการ Delete หรือ Update แต่อย่างใด ซึ่งขนาดของ Blockchain จะโตขึ้นเรื่อยๆ

ความเข้าใจผิดที่ 2

"การประมวลผลของเทคโนโลยี Blockchain เป็นการประมวลผลแบบกระจายไปยัง Node ต่างๆ ทั่วโลกแบบเท่าเทียมกันในลักษณะ Peer to Peer ไม่ขึ้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของใครคนใดคนหนึ่ง"

ความจริงก็คือในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ทำเหมือง Bitcoin อย่างจริงจังกลุ่มใหญ่ๆ อยู่เพียงไม่กี่กลุ่ม ซึ่งมีอิทธิพลต่อการประมวลผล "Hashing" ด้วย "Hash Power" ที่มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วๆ ไป ทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ช่วยประมวลผล Bitcoin Blockchain มีอัตราการเติบโตที่ลดลง

ความเข้าใจผิดที่ 3

"เทคโนโลยี Bitcoin Blockchain สามารถที่จะขยายได้ถึงในระดับที่ใช้ในการชำระเงินได้ทั่วโลกจาก Bitcoin Blockchain เท่านั้น"

ในขณะที่ Bitcoin Blockchain กำลังมีปัญหาด้าน Scalability ในระดับหนึ่ง เนื่องจากต้องใช้เวลาในการ Confirm Transaction ไม่ต่ำกว่า 10 นาทีโดยเฉลี่ย ซึ่งเวลาที่ใช้ในการ Confirm Transaction บางครั้งใช้เวลากว่า 60 นาที ในการ "Confirm Transaction"

ความเข้าใจผิดที่ 4

"Blockchain มีชื่อเสียงดีถูกนำมาใช้ในแวดวงธนาคารและไฟแนนซ์เท่านั้น แต่ Bitcoin มีชื่อเสียงไม่ค่อยดีออกแนวธุรกิจสีเทา"

จะเห็นว่าธนาคารทั่วโลกกำลังมุ่งสู่การร่วมมือกับ Fintech Startup ที่นำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ แต่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับ Bitcoin เท่าใดนัก จริงๆ แล้วเทคโนโลยี Blockchain ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้กับเงินอย่างเดียว สามารถนำไปใช้ในการ กระจายหุ้น โฉนดที่ดิน เพลง หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าอื่นๆ โดยไม่ต้องอาศัย "คนกลาง" มาประมวลผล (Try to eliminate middleman)

เรียกได้ว่า Blockchain เป็น "Disrupt" ของ "Disrupter" ยกตัวอย่างเช่น Uber หรือ Airbnb Blockchain Technology สามารถช่วยทำสัญญาการตกลงต่างๆ โดยไม่ต้องมี "คนกลาง" ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางแบบรวมศูนย์มาประมวลผลแบบเดิมอีกต่อไป

ส่วน Bitcoin เคยถูกนำมาใช้โดยผู้สร้าง Ransomware และเจ้าพ่อตัวกลางซื้อขายสินค้าผิดกฎหมายใน Darknet ที่รู้จักกันดีในนาม "Silkroad" ที่ถูก FBI จับตัวไปได้ ผู้อยู่เบื้องหลังคือ Mr.Ross William Ulbricht ฉายา Dread Pirate Roberts และทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเงินสกุล Bitcoin เป็นเงินเถื่อนที่ใช้กันใน Darknet เท่านั้น

ทั้งที่เงินสกุล Bitcoin สามารถนำมาใช้ชำระหนี้ ซื้อสินค้าและบริการผ่าน Coinbase Wallet, Mycelium Wallet หรือ Blockchain Wallet ได้ตามปกติทั่วไป

กล่าวโดยสรุปจะเห็นได้ว่า Fintech ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี Blockchain หรือชำระเงินด้วย Bitcoin Cryptocurrency เสมอไป แต่กลุ่มธนาคารและบริษัท Fintech Startup ต่างๆ กำลังสนใจศึกษาและลงทุนในเทคโนโลยี Blockchain และเงินในรูปแบบ Digital Currency หรือ Cryptocurrency กันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้รู้ความจริงอีกว่า Bitcoin ไม่จำเป็นต้องใช้ในธุรกิจสีเทาหรือตลาดมืดเสมอไป ตัว Bitcoin Blockchain มีความโปร่งใสในระดับหนึ่ง เป็นอีกความเข้าใจผิดที่ว่า Bitcoin เป็น Anonymous ควรเรียกว่าเป็น Pseudo-anonymous น่าจะถูกต้องกว่า

ดังนั้น เราจึงควรเร่งศึกษาและทำความเข้าใจกับคำว่า Fintech, Bitcoin และ Blockchain ให้ถ่องแท้ยิ่งเพื่อเตรียมรับมือกับกระแสความนิยม Digital Currency ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท