posttoday
เราเป็นทุกสิ่งที่เราสามารถเป็นได้

เราเป็นทุกสิ่งที่เราสามารถเป็นได้

20 มกราคม 2561

หากต้องให้บอกเล่าถึงเรื่องราวอะไรสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกประทับใจและได้ข้อคิดดีๆ ในรอบปีที่ผ่านมา (2560)

 โดย ธนะโรจน์ สิทธาธีระวัฒน์ ภาพ : เอพี

 หากต้องให้บอกเล่าถึงเรื่องราวอะไรสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกประทับใจและได้ข้อคิดดีๆ ในรอบปีที่ผ่านมา (2560) ผมนึกถึงเรื่องราวของคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งเธออาศัยอยู่ใน จ.พะเยา จังหวัดเล็กๆ ทางภาคเหนือตอนบน ติดกับ จ.เชียงราย

 คุณยายท่านนี้คือ คุณยายกิมหลั่น จินากุล ผู้มีตำแหน่งเป็นบัณฑิตหมาดๆ จากรั้วมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยวัย 91 ปี เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวเลยครับ

 หากใครได้ติดตามข่าวในช่วงกลางปีที่ผ่านมา คงพอจะทราบดีว่าคุณยายกิมหลั่นท่านนี้ได้เข้ารับปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกพัฒนาการมนุษย์และครอบครัว สาขาวิชามนุษยนิเวศศาสตร์ โดยคุณยายมีความเชื่อว่าการศึกษาคือสิ่งสำคัญ

 แม้ชีวิตจะพลิกผันในวัยเด็ก จนทำให้ชีวิตต้องระหกระเหินและหยุดพักการเรียน แต่เมื่อชีวิตมีโอกาสได้ร่ำเรียนอีกครั้งหนึ่ง แม้จะเป็นโอกาสในช่วงชีวิตที่ชราภาพแล้ว แต่คุณยายก็คว้าโอกาสนั้นไว้ และทำมันได้สำเร็จในที่สุด

 คุณยายกิมหลั่นได้บอกเล่าถึงมุมมองความคิดของเธอต่อการศึกษา และเคล็ดลับการเรียนกับผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวบีบีซีไทยไว้ว่า ใจเราจะต้องตื่นอยู่ตลอดเวลาที่จะเรียน ไม่มีคำว่าสายถ้าเราจะเรียน…

 “เมื่อเราตั้งใจอ่านหนังสือ เปิดหนังสือแล้วคิดว่าจะอ่านบทหนึ่ง เราต้องอ่านบทหนึ่งให้ได้ ที่ไหนสำคัญเราก็ขีดเส้นใต้ไว้ เมื่อเรามาดูอีกครั้งก็จะง่ายขึ้น ทำให้เราไม่เสียเวลา เราจะได้เข้าใจที่เราอ่านมา

 ถ้าหากเราไม่เข้าใจ เวลาเขามีสอนเสริมเราก็ไปสมัคร ไม่เข้าใจ ไม่รู้ ก็ถามอาจารย์ ท่านก็จะกรุณา เมื่อเราสอบได้ เราก็มีกำลังใจ แต่เมื่อสอบไม่ได้ ทางมหาวิทยาลัยก็ให้สอบซ่อม ซ่อมแล้วซ่อมอีกจนสำเร็จ"

 เรื่องราวของคุณยายกิมหลั่นสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย คุณยายทำให้เราได้เรียนรู้ว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน และยังมีมหาวิทยาลัยเปิดอย่าง มสธ. ที่อ้าแขนต้อนรับคนที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียนได้ทุกเพศและทุกวัย ไม่เว้นแม้กระทั่งผมที่มุ่งมั่นลงสนามการศึกษาในระบบ ด้วยการเรียนในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต แขนงวิชาภาษาอังกฤษ ด้วยวัย 30 ปลายๆ และมุ่งหมายจะเรียนให้สำเร็จให้ได้เหมือนที่คุณยายกิมหลั่นได้ทำไว้เป็นแบบอย่าง

 ผมไปอ่านเจอเรื่องราวของคุณยายอีกท่านหนึ่ง ซึ่งหลายๆ เว็บไซต์ต่างนำเรื่องราวของคุณยายท่านนี้มาแชร์ไว้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน คุณยายท่านนี้มีชื่อว่า โรส วัย 87 ปี

 วันแรกที่พวกเราเริ่มการเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น อาจารย์ของเราได้เข้ามาแนะนำตัว และบอกให้พวกเราทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ที่เราไม่รู้จักมาก่อน ผมยืนขึ้นแล้วมองไปรอบๆ มีมือมือหนึ่งเอื้อมมาจับบ่าของผม ผมหันไปพบกับหญิงชราร่างเล็ก ผิวหนังเหี่ยวย่น ส่งรอยยิ้มอันเป็นประกายมาให้ผม รอยยิ้มนั้นทำให้เธอดูสดใสอย่างยิ่ง หญิงชราคนนั้นกล่าวขึ้นว่า

เราเป็นทุกสิ่งที่เราสามารถเป็นได้

 “สวัสดี รูปหล่อ ฉันชื่อโรส อายุ 87 แล้ว มาให้ฉันกอดสักทีสิ”

 ผมหัวเราะกับท่าทางของเธอ และตอบอย่างร่าเริงว่า “แน่นอน ได้สิครับ”

 แล้วเธอก็กอดผมอย่างแรง ผมถามเธอว่า “ทำไมคุณถึงมาเรียนมหาวิทยาลัยเอาตอนที่อายุน้อยและไร้เดียงสาอย่างนี้ล่ะ”

 เธอตอบด้วยเสียงปนหัวเราะว่า “ฉันมาหาสามีรวยๆ ที่ฉันจะได้แต่งงานด้วย แล้วมีลูกสักสองสามคน”

 ผมขัดจังหวะเธอ โดยถามว่า "ไม่เอาครับ ถามจริงๆ”

 ผมสงสัยจริงๆ ว่าอะไรทำให้เธอมาเรียนที่นี่ตอนที่อายุขนาดนี้ และเธอตอบว่า "ฉันฝันมานานแล้วว่าฉันจะได้ปริญญา และตอนนี้ฉันก็กำลังจะได้ปริญญาที่ฉันฝัน”

 หลังเลิกเรียนวิชานั้น เราเดินไปที่อาคารสโมสรนักศึกษาด้วยกัน และนั่งกินช็อกโกแลตปั่นด้วยกัน เรากลายเป็นเพื่อนกันในทันที ตลอด 3 เดือนหลังจากนั้น เราจะออกจากชั้นเรียนพร้อมกัน และจะไปนั่งคุยกันไม่หยุด ผมประหลาดใจเสมอเมื่อได้ฟัง “ยานเวลา" ลำนี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของเธอให้กับผม

 ตลอดปีนั้นโรสได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยของเรา และเธอจะเป็นเพื่อนได้กับทุกคนในทุกที่ที่เธอไป เธอรักที่จะแต่งตัวดีๆ และดื่มด่ำอยู่กับความสนใจที่นักศึกษาคนอื่นๆ ให้กับเธอ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

 เมื่อถึงตอนสิ้นสุดภาคการศึกษา เราได้เชิญโรสให้มาพูดที่งานเลี้ยงของทีมฟุตบอลของเรา ผมไม่เคยลืมเลยว่าเธอได้สอนอะไรให้กับเรา พิธีกรแนะนำตัวเธอ และเธอก็เดินขึ้นมาที่แท่น ตอนที่เธอกำลังเตรียมตัวที่จะพูดตามที่เธอตั้งใจนั้น เธอทำการ์ดที่บันทึกเรื่องที่เธอจะพูดตกพื้น เธอทั้งอาย ทั้งประหม่า แต่เธอโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟนแล้วบอกว่า

 “ขอโทษด้วยนะที่ฉันซุ่มซ่าม ฉันเลิกกินเบียร์มาตั้งนานแล้ว แต่วิสกี้พวกนี้มันแรงจริงๆ ฉันคงจะเอาบทของฉันมาเรียงใหม่ไม่ทันแล้ว งั้นฉันก็คงได้แค่บอกเรื่องที่ฉันรู้ให้กับพวกคุณก็แล้วกัน”

 พวกเราทุกคนหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ตอนที่เธอเริ่มต้นว่า “พวกเราทุกคนนั้นไม่ได้หยุดเล่นเพราะเราแก่หรอก แต่เราแก่เพราะว่าเราหยุดเล่นต่างหาก"

 เมื่อสิ้นปีการศึกษานั้น โรสได้รับปริญญาที่เธอได้เริ่มฝันไว้เมื่อนานมาแล้ว 1 สัปดาห์หลังจบการศึกษาโรสจากไปอย่างสงบ เธอนอนหลับไปและไม่ตื่นขึ้นอีกเลย

 นักศึกษากว่า 2,000 คนไปร่วมพิธีศพของเธอ เพื่อแสดงความเคารพต่อหญิงชราผู้วิเศษ ผู้ได้สอนให้พวกเขาได้รู้ด้วยการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า

 “ไม่มีคำว่าสายเกินไป ที่จะเป็นทุกสิ่งที่คุณสามารถเป็นได้”

.........ล้อมกรอบ.........

ธนะโรจน์ สิทธาธีระวัฒน์

 อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ รวมทั้งนักเขียนสำนักพิมพ์ใยไหมและโพสต์บุ๊กส์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้างานสื่อสารองค์กร ที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล พูดคุยทักทาย รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรื่องราวดีๆ แก่กันได้ที่ www.facebook.com/thanaroht

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท