
ดอลล์อ่อนยวบสุดเกือบ3ปี
ดอลลาร์อ่อนค่าหนักสุดรอบเกือบ 3 ปี นักวิเคราะห์หวั่นรัฐเสี่ยงเจอชัตดาวน์กดดันค่าเงินต่อ
ดอลลาร์อ่อนค่าหนักสุดรอบเกือบ 3 ปี นักวิเคราะห์หวั่นรัฐเสี่ยงเจอชัตดาวน์กดดันค่าเงินต่อ
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างหนัก เกือบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลงไปแตะ 90.104 ในสัปดาห์นี้ ต่ำสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2014 ซึ่งความวิตกว่ารัฐบาลสหรัฐอาจประสบภาวะชัตดาวน์ คาดว่าจะกดดันให้ค่า เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีก โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2018 ค่าเงินดอลลาร์ปรับลงมาแล้ว 2%
"หากเกิดภาวะชัตดาวน์ขึ้น ประวัติ ศาสตร์ที่ผ่านมาบอกเราว่า ดอลลาร์จะเจอแรงขายต่อในอีกหลายสัปดาห์หลังจากนี้ แม้ดอลลาร์อาจไม่อ่อนค่าลงอย่างหนักก็ตาม" สตีเฟน อินเนส นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์ โอยันด้า กล่าว
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ นาเอม อัสลาม หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ธิงก์ มาร์เก็ตส์ ในอังกฤษ ว่า ความเสี่ยงรัฐบาลสหรัฐเผชิญภาวะ ชัตดาวน์สร้างความวิตกให้นักลงทุน และมีความเป็นไปได้สูงมากว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสี่ยงต้องเผชิญภาวะชัตดาวน์ หากวุฒิสภาไม่โหวตผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายระยะสั้นชั่วคราวจนถึงวันที่ 16 ก.พ. ซึ่งมีการลงมติไปเมื่อวานนี้ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต หลังสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างมติดังกล่าว 230-197 เมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค.
รายงานระบุว่า บรรดาวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้มีการนำกฎหมายคุ้มครองดรีมเมอร์ หรือลูกของผู้อพยพที่ลักลอบเข้ามาในสหรัฐตั้งแต่อายุยังน้อย รวมอยู่ในร่างงบประมาณดังกล่าวด้วย หลังทรัมป์ได้ยกเลิก โครงการดรีมเมอร์ไปในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
หากวุฒิสภาไม่สามารถผ่านร่างมติดังกล่าวได้ รัฐบาลสหรัฐจะเผชิญกับ ภาวะชัตดาวน์ที่เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายของประเทศอาจต้องทำงานโดยไม่ได้รับ ค่าจ้าง เนื่องจากขาดงบประมาณในการจ้างพนักงาน และสภาคองเกรสอาจต้องเร่งผลักดันร่างงบประมาณรายจ่ายชั่วคราวไม่กี่วันอีกฉบับหนึ่ง เพื่อให้เวลาในการเจรจาระหว่างพรรค
ทั้งนี้ ภาวะรัฐบาลชัตดาวน์ของ สหรัฐคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน โดย สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) สถาบันจัดอันดับเครดิตชื่อดัง คาดการณ์เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ภาวะชัตดาวน์จะสร้างความสูญเสียให้เศรษฐกิจสหรัฐประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 2 แสนล้านบาท) สำหรับช่วงเวลาที่มีการชัตดาวน์ทุกๆ 1 สัปดาห์ คิดเป็น 0.2% ของขนาดเศรษฐกิจจริง โดยกรณีการ ชัตดาวน์ครั้งล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐเกิดขึ้นเมื่อปี 2013 ในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา







