
‘คิงเพาเวอร์’นำทัพคุยฟีฟ่า
กกท.มอบหมายให้ "คิง เพาเวอร์" เดินเรื่องเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018
กกท.มอบหมายให้ "คิง เพาเวอร์" เดินเรื่องเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018
สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย มอบหมายให้กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เป็นผู้เดินเรื่องเจรจาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.-15 ก.ค.นี้ หลังได้บริษัทเอกชนร่วมลงขัน
"หลังจากที่ได้พูดคุยกับทั้ง 7 บริษัทที่เข้าร่วมสนับสนุนแล้วเห็นพ้องตรงกันว่าคิง เพาเวอร์ เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นผู้ประสานงานในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้ เนื่องจากมีความคล่องตัวและมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่าภาครัฐ อีกทั้งยังมีสายสัมพันธ์เกี่ยวกับวงการฟุตบอลในระดับนานาชาติ โดยจะเป็นผู้ติดต่อกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ตั้งแต่ขั้นตอนการทำสัญญา" สกล กล่าว
ทั้งนี้ 7 บริษัท ที่เข้าร่วมสนับสนุนการซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้ประกอบด้วย บริษัท ซีพี ออลล์ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บริษัท ปตท. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือช้าง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอส และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
"ตอนนี้ถือว่าลงตัวและไม่เปิดรับเพิ่มเติมแล้ว ทั้ง 7 บริษัทได้สนับสนุนเงินเพียงพอต่อการซื้อลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแล้ว และทำให้รัฐบาลไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว แต่เจ้าละเท่าไรนั้นไม่ขอเปิดเผย ส่วนเรื่องช่องที่จะถ่ายทอดสดจะมีการหารือกันอีกครั้ง" บิ๊กเสือ เผยหลังร่วมประชุมกับตัวแทนแต่ละบริษัท เมื่อวันที่ 19 ม.ค.
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การถ่ายทอดอาจจะผ่านฟรีทีวี ระบบเอชดี มากกว่า 3 ช่อง และการซื้อแพ็กเกจอาจครอบคลุมถึงช่องทางอินเทอร์เน็ต เพื่อเตรียมให้แฟนบอลได้ชมเกมลูกหนังที่ ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจุใจ โดยไม่มีโฆษณาคั่นระหว่างเกมการแข่งขัน
ขณะที่ในส่วนของงบประมาณที่ใช้ในการถ่ายทอดสดครั้งนี้ ซึ่งรวมทั้งค่าลิขสิทธิ์และค่าดำเนินการ คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,400 ล้านบาท โดยทั้ง 7 บริษัทต้องเตรียมเงินในการลงขันประมาณ 170-200 ล้านบาท
ทั้งนี้ คิง เพาเวอร์ จะรับหน้าที่ไปดำเนินการ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายเดือน ม.ค.นี้ ก่อนจะมีการตกลงเรื่องเงื่อนไขและรายละเอียดกันอีกครั้ง







