
หุ้นเวียดนาม กับโอกาสลงทุน
รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัสสวัสดีครับ หากพูดถึงประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่น่าสนใจ ผมคิดว่าชื่อของ "เวียดนาม" น่าจะอยู่ในคำตอบลำดับต้นๆ นักลงทุนหลายท่าน ซึ่งในความเห็นของผม ประเทศนี้ไม่ได้มี "ดาวเด่น" อยู่เพียงแค่บนผืนธงชาติอย่างที่เราคุ้นตากันเท่านั้น แต่ยังเป็นดาวเด่นในเชิงของศักยภาพในการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจและการลงทุนด้วย
รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส
สวัสดีครับ หากพูดถึงประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่น่าสนใจ ผมคิดว่าชื่อของ "เวียดนาม" น่าจะอยู่ในคำตอบลำดับต้นๆ นักลงทุนหลายท่าน ซึ่งในความเห็นของผม ประเทศนี้ไม่ได้มี "ดาวเด่น" อยู่เพียงแค่บนผืนธงชาติอย่างที่เราคุ้นตากันเท่านั้น แต่ยังเป็นดาวเด่นในเชิงของศักยภาพในการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจและการลงทุนด้วย
ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยแล้วจีดีพีเติบโต 5-7% ต่อปี นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มเติบโต 6-7% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า (ที่มา : บลูมเบิร์ก ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560)
ด้านศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวคาดการณ์ว่าขนาดเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโต 5-6% จนถึงปี 2573 (ที่มา : PWC, The long view : how will the global economic order change by 2050, as of February 2560) โดยศักยภาพที่ผมกล่าวถึงนี้สะท้อนอยู่ใน 3 ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ ความได้เปรียบด้านปัจจัยทางประชากรศาสตร์ เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ และนโยบายของภาครัฐ
ในแง่ของประชากรเวียดนามมีความได้เปรียบตรงที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน สวนทางกับประเทศอื่นๆ ในเออีซีที่เริ่มกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าประชากรวัยทำงานของเวียดนามจะเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2582 ซึ่งคาดว่าจะมีประชากรวัยทำงานแตะ 70.44 ล้านคน (ที่มา : ธนาคารโลก ปี 2560) ถือว่ามีโครงสร้างประชากรที่พร้อมสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต
นอกจากนี้ ค่าแรงก็ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน เป็นคำตอบว่าทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายจึงทยอยย้ายฐานการผลิตมาที่นี่ ขณะเดียวกันอัตราการจ้างงานในเมืองของเวียดนามยังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ให้สูงขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยผลักดันให้ภาคการบริโภคภายในประเทศเติบโตตามไปด้วย
อีกสิ่งที่น่าสนใจมาก คือ เรื่องคุณภาพของประชากรที่โดดเด่นไม่แพ้ประเทศพัฒนาแล้ว เห็นได้จากผลการทดสอบระดับความรู้ในปี 2558 ที่จัดโดย PISA ซึ่งเป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิก OECD ปรากฏว่าระดับความรู้โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ของชาวเวียดนามนั้นอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นอันดับที่ 8 จาก 72 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการทั่วโลก ประเด็นนี้หากมองกันในระยะยาวแล้วนับว่าสะท้อนถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและจะมีโอกาสผลิตคนเก่งๆ ออกมาเป็นกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกมากทีเดียวครับ
สำหรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติก็ยังคงมีมูลค่าสูงและมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งปัจจุบันเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนหลัก และคาดว่าในอนาคตอาจมีประเทศในยุโรปเข้ามาลงทุนมากขึ้นจากอานิสงส์จากการทำสัญญาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป
ไม่เพียงเท่านั้นเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายภาครัฐยังเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาว ทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้นและช่วยรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน สามารถควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมายและลดลงต่อเนื่องใน 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมีประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงิน อีกทั้งยังเป็นการเปิดการค้าเสรีกับหลายประเทศและส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งเหล่านี้จะช่วย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนามให้ขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพและผลักดันตลาดหุ้นเวียดนามให้เติบโตต่อไปด้วย
ส่วนความน่าสนใจของหุ้นในเวียดนามนับจากปี 2556 เติบโต 6 เท่า (ที่มา : Credit Suisse : Asia Pacific/Vietnam, Equity Research Strategy, Bloomberg, ณ วันที่ 27 พ.ย. 2560) และตั้งแต่ปี 2556-2560 ดัชนีหุ้นเวียดนาม (VN30) ก็มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยที่ 18% ต่อปี (ที่มา : บลูมเบิร์ก ณ วันที่ 21 ธ.ค. 2560) ซึ่งถือว่าน่าสนใจ และหากผนวกกับความพยายามของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาตลาดหุ้นเวียดนามจากปัจจุบันที่อยู่ในฟรอนเทียร์มาร์เก็ตให้เข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ ภายในปี 2563 ด้วยแล้ว ผมเชื่อว่าจะยิ่งส่งเสริมการขยายตัวของตลาดและส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามมากยิ่งขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดหุ้นเวียดนามยังคงมีความผันผวนจากการเก็งกำไรระยะสั้นของผู้ลงทุนรายย่อย จึงเหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนของตลาดหุ้นในต่างประเทศได้สูงและพร้อมสำหรับการลงทุนในระยะยาวเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากศักยภาพทางเศรษฐกิจของเวียดนามในอนาคตครับ







