posttoday
ธปท.พร้อมใช้ มาตรการเสริม

ธปท.พร้อมใช้ มาตรการเสริม

18 มกราคม 2561

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ชี้แจงกรณีที่ กระทรวงพาณิชย์ได้เผยแพร่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเดือน ธ.ค. 2560 อยู่ที่ 0.78% ทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 0.60% หลุดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่กำหนดไว้ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือช่วง 1-4%

วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ชี้แจงกรณีที่ กระทรวงพาณิชย์ได้เผยแพร่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเดือน ธ.ค. 2560 อยู่ที่ 0.78% ทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 0.60% หลุดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่กำหนดไว้ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือช่วง 1-4%

ปัจจัยสำคัญเกิดจากราคาอาหารสดที่ปรับลดลง เนื่องจากสภาพอากาศที่ดีทำให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผักและผลไม้ออกสู่ตลาดมาก และปัจจัยจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปี 2560 ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาพลังงานในประเทศโดยเฉพาะราคาน้ำมันขายปลีกปรับเพิ่มขึ้น แต่ไม่ทำ ให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัวขึ้นมาก เนื่องจากราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ผู้ประกอบการได้พอสมควร เมื่อเทียบกับในช่วงก่อนปี 2558

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านอุปสงค์ โดยเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้นมาจากการส่งออกเร่งตัวขึ้นมาก แต่อุปสงค์ในประเทศยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงส่งผลบวกต่ออัตราเงินเฟ้อไม่มาก การส่งผ่านผลดีของการขยายตัวของเศรษฐกิจไปสู่การจ้างงานและรายได้ของครัวเรือนในภาพรวมยังเกิดขึ้นไม่เต็มที่ ประกอบกับหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทั้งในส่วนของครัวเรือนภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรทำให้ภาคครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่าย

ทั้งนี้ กนง.ประมาณการว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2561 มีแนวโน้มสูงขึ้นค่อยเป็นค่อยไป เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.1% และจะเข้าสู่ขอบล่างของกรอบเป้าหมายได้ช่วงครึ่งแรกของปี มีปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยด้านอุปทานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสดที่คาดว่าจะสูงขึ้น บวกกับราคาน้ำมันในตลาดโลกปีนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นตามการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงข้อตกลง ขยายเวลาลดปริมาณการผลิตน้ำมันระหว่างกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปก

ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์จะทยอยสูงขึ้นค่อยเป็นค่อยไป โดยต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่การขยายตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลดีจนทำให้รายได้ครัวเรือนและการจ้างงานเพิ่มขึ้นเข้มแข็ง กระจายตัวทั่วถึงขึ้น ซึ่งปีนี้คาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยทั้งปี จะอยู่ที่ 0.8% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 0.6%

กนง.มองการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี เอื้อให้ภาวะการเงินผ่อนคลายเพียงพอ สะท้อนได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ค่อยๆ ลดลงตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่วนการระดมทุนของภาคธุรกิจผ่านสินเชื่อธนาคารพาณิชย์และตลาดทุน ขยายตัว ได้ต่อเนื่อง

วิรไท ระบุว่า กนง. และ ธปท.ให้ ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายการเงินและมาตรการอื่นที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เข้มแข็งขึ้น เพื่อช่วยสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ระยะต่อไป รวมทั้งเร่งผลักดันมาตรการที่ช่วยลดความเปราะบางในระบบการเงิน เพื่อลดข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต สิ่งที่ ดำเนินการไปแล้ว เช่น การติดตามพัฒนาการตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดและเข้าดูแลความผันผวนในบางจังหวะ ที่เห็นว่าความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงที่เงินทุนระยะสั้นไหลเข้าออกปริมาณมากและเกิดจากปัจจัยต่างประเทศ

นอกจากนั้น ยังใช้มาตรการที่อิงกลไก ตลาด ชะลอความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเก็งกำไร ค่าเงินบาทระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ เช่น มาตรการปรับลดวงเงินการออกพันธบัตร ธปท. ระยะสั้นชั่วคราว

ไม่เพียงเท่านี้ยังมีมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินโดยรวมเพื่อลดข้อจำกัดการผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคตหากมีความจำเป็น เช่น ออกมาตรการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง ปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อเพิ่มทางเลือกนักลงทุนไทยไปลงทุน ต่างประเทศ ช่วยให้เงินทุนไหลเข้าออก สมดุลขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถและส่งเสริมความรู้ให้เอสเอ็มอีป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท