
เรกคิทท์ลงทุนไทย2พันล.
โตสูงสุดบริษัทแม่พร้อมหนุน วาดแผน3ปีรุกสินค้าสุขภาพ
โพสต์ทูเดย์
— เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ดึงงบลงทุนไทย 3 ปี 2,000 ล้านบาท หวังยอดขายสินค้าเพื่อสุขภาพโตพรวด 50%นายเจอโรน มุสเทิร์ต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิลด์ท้อกซ์ เดทตอล สเตร็ปซิล แวนิช และเครียลาซิล เปิดเผยว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะลงทุนราว 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงานเพื่อผลิตสินค้าในกลุ่มสุขภาพ หรือเฮลท์แคร์ โปรดักต์ ราว 23 แบรนด์ใหม่ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่บริษัทแม่ เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ผลิตและจัดจำหน่าย แต่ยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
นอกจากนี้ จะใช้งบเกือบ 1,000 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานทางด้านความปลอดภัยและความสะอาดภายในโรงงานเดิม ซึ่งเป็นแผนงานระยะ 3 ปีเช่นกัน
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค 70% และกลุ่มสุขภาพ 30% คาดว่าหลังจากลงทุนสร้างโรงงานและนำแบรนด์ใหม่เข้ามาผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย จะส่งผลให้ในอีก 5 ปีข้างหน้าสัดส่วนของสินค้าในกลุ่มสุขภาพจะเพิ่มขึ้นเป็น 50%
“
การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างรุนแรง และมีการแข่งขันทางด้านราคาสูง แต่สินค้าในกลุ่มสุขภาพแข่งขันไม่รุนแรงและไม่ค่อยแข่งขันด้านราคามากนัก ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในตลาดนี้” นายมุสเทิร์ต กล่าวสำหรับสินค้าในแบรนด์แอร์วิค ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวและวางจำหน่ายสินค้าใหม่ แอร์วิค อควา มิสท์ โดยใช้งบ 60 ล้านบาท ในการส่งเสริมตลาดในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้แบรนด์ดังกล่าวมีส่วนแบ่งในตลาด 12.5% จากตลาดรวมผลิตภัณฑ์ปรับอากาศมูลค่า 1,500 ล้านบาท เติบโต 10% และตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดอันดับที่ 2 แทนแบรนด์แอมบิเพอร์ในปีหน้า
ด้านแบรนด์ชิลด์ท้อกซ์ได้เปิดตัวสินค้าสูตรใหม่ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยใช้งบ 50 ล้านบาท ในการส่งเสริมตลาดในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 1920% ในปีหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 17% จากตลาดรวมตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงในประเทศไทยมูลค่า 3,000 ล้านบาท และเป็นตลาดที่ไม่เติบโตในปีนี้ เนื่องจากตลาดสินค้าประเภทขด และสินค้าประเภทไฟฟ้าไม่เติบโต
นายมุสเทิร์ต กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวที่ 18% หรือคิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าตลาดสินค้าโดยทั่วไปที่จะมีอัตราการเติบโตเพียง 56% และยังเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับการเติบโตของเรกคิทท์ เบนคีเซอร์ ในประเทศอื่นๆ
ในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะลงทุนในประเทศต่อเนื่อง และแผนการทำการตลาดกับแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายทั้ง 7 แบรนด์ โดยสัดส่วนรายได้จากชิลด์ท้อกซ์ เดทตอล และสเตร็ปซิล แบรนด์ละ 25%ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่ทำรายได้หลักของบริษัท







