
คุมไอซีโอ มาเร็วเกินคาด
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ การระดมทุนจากประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกด้วยการขายเหรียญดิจิทัล (อินนิเชียล คอยน์ ออฟเฟอริ่ง หรือไอซีโอ) เป็นรูปแบบการลงทุนใหม่ที่วงการเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) ประเมินว่าปีนี้จะมาแรงในไทย ซึ่งน่าจะมาแรงจริง เพราะยังไม่ทันข้ามเดือนแรกของปี ไม่ทันที่ทางการจะมีเกณฑ์ใดๆ มารองรับการระดมทุนประเภทนี้ ก็มีบริษัทเอกชนประกาศทำไอซีโอแล้ว
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การระดมทุนจากประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกด้วยการขายเหรียญดิจิทัล (อินนิเชียล คอยน์ ออฟเฟอริ่ง หรือไอซีโอ) เป็นรูปแบบการลงทุนใหม่ที่วงการเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) ประเมินว่าปีนี้จะมาแรงในไทย ซึ่งน่าจะมาแรงจริง เพราะยังไม่ทันข้ามเดือนแรกของปี ไม่ทันที่ทางการจะมีเกณฑ์ใดๆ มารองรับการระดมทุนประเภทนี้ ก็มีบริษัทเอกชนประกาศทำไอซีโอแล้ว
บริษัทที่ว่าคือ เจ เวนเจอร์ส หรือเจวีซี เป็นบริษัทย่อยของกลุ่มเจมาร์ท ประกาศว่าจะระดมทุนออกไอซีโอชื่อว่า "เจฟิน คอยน์" 300 ล้านเหรียญ ระยะแรกเปิดระดมทุนก่อน 100 ล้านเหรียญ มูลค่าเหรียญละ 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ แปลงเป็นเงินไทยตกมูลค่าระดมทุน 660 ล้านบาท หวังนำเงินไปพัฒนาระบบการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (ดิจิทัล เลนดิ้ง) เริ่มเสนอขายรอบพรีเซล 14-28 ก.พ.นี้ และเสนอขายบนเว็บไซต์บริษัทกับคนทั่วโลก 1-31 มี.ค.
แม้เกณฑ์ต่างๆ ยังไม่มีออกมา รองรับการระดมทุนรูปแบบนี้ แต่ไอซีโอเป็นรูปแบบการระดมทุนที่ไม่อาจต้านทานไม่ให้เกิดได้ หากไม่เปิดขาย ในไทย ก็ทำได้ผ่านเว็บไซต์ที่ออนไลน์ทั่วโลกอยู่ดี
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมัวชักช้า ลังเลว่าจะกำกับหรือไม่กำกับคงไม่ได้เสียแล้ว แต่ควรเร่งคลอดเกณฑ์กำกับ หาผู้รับผิดชอบคัดกรองการออกไอซีโอให้เร็วที่สุด ภายในไตรมาสแรกนี้ยิ่งดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันนักลงทุน และผลักดันให้ผู้ระดมทุน นักลงทุนมั่นใจกับไอซีโอมากขึ้น ไอซีโอจะได้เป็นอีกช่องทางช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต
อีกสิ่งที่สำคัญกว่าคือการเตรียมพร้อมของนักลงทุน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน ซึ่งไอซีโอจะเป็นบททดสอบการลงทุนอย่างดีว่า แท้จริงนักลงทุนรู้เท่าทันสิ่งที่ลงทุนแค่ไหน มีความสามารถประเมินสิ่งที่ลงทุนดีหรือไม่ และประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากความเสี่ยงของไอซีโอไม่ได้มีเพียงราคาผันผวนขึ้นลงเหมือนซื้อหุ้น แต่มีความเสี่ยงที่ต้องกาดอกจันตัวใหญ่ ใช้ตัวหนังสือเข้มที่สุดคือ ความเสี่ยงที่แนวคิดธุรกิจนั้นจะไม่สามารถทำได้จริง เพราะบุคคลหรือองค์กรที่คิดจะออก ไอซีโอ ไม่จำเป็นต้องทำธุรกิจนั้นมาก่อน ไม่ต้องมีข้อมูลกำไรย้อนหลัง 3 ปีที่นักลงทุนกลับไปย้อนดูได้เหมือนกับบริษัทที่จะเสนอขายหุ้น
ทุกอย่างเหมือนการขายฝัน ขายแนวคิดล้วนๆ ผ่านไวท์เปเปอร์ เรียกให้สวยๆ ก็เป็นกระดาษขายแนวคิด การลงทุนจึงต้องคิดวิเคราะห์หนัก 10 เท่าจากการลงทุนในหุ้นทั่วไป เพราะต้องมองความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจและ ผลตอบแทนยากกว่าหุ้นมาก
นอกจากนั้น ยังต้องคำนึงด้วยว่า อาจมีมิจฉาชีพหัวเทคโนโลยี แอบมาใช้ช่องทางนี้หลอกลวงเงิน อุปโลกน์ธุรกิจที่คิดจะทำขึ้นมาพร้อมกับสร้างข้อมูลแผนธุรกิจให้ดูน่าสนใจ แต่ที่จริงแล้วไม่ได้คิดจะทำธุรกิจนั้นให้ประสบความสำเร็จจริงๆ จึงต้องอาศัยทักษะคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้นไปอีกชั้นว่า คนที่มาระดมทุนเชื่อถือได้แค่ไหน ข้อมูลที่ให้มาเกี่ยวกับแผนลงทุน มีน้ำหนักพอหรือไม่
ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้ต้องการผลักไสไอซีโอให้พ้นจากประเทศไทย หรือบอกว่านักลงทุนอย่าเข้าไปลงทุนเลย แต่อยากให้รู้ไว้ว่าการลงทุนใน ไอซีโอมีความเสี่ยงสูงมาก ต้องฝึกวิทยายุทธ์ให้ดีก่อนเริ่มต้นลงทุน
ในต่างประเทศนั้น มีเอกชนรับอาสาเป็นตัวกลางช่วยคัดกรองข้อมูลการนำเสนอไวท์เปเปอร์ กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า "ไอซีโอ พอร์ทัล" โดยข้อมูลไอซีโอที่เสนอผ่านไอซีโอ พอร์ทัล จะถูกเปิดเผยพร้อมคำเตือนนำหน้าเสมอว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ให้ไม่ใช่คำแนะนำ เชิญชวนให้ไปลงทุน เป็นเพียงการจัดหาข้อมูลให้นักลงทุนเท่านั้น ส่วนมากตัวกลางเหล่านี้จะสรุปแบบเข้าใจง่ายในสิ่งที่ผู้ลงทุนควรรู้ว่า การขาย ไอซีโอนั้นจะนำไปทำธุรกิจอะไร ดูแล้วสมเหตุสมผลหรือไม่ ใครเป็นผู้ร่วม ก่อตั้งธุรกิจหรือทีมงาน คนเหล่านั้นมีประวัติผลงานอะไรมาก่อนบ้าง ช่วยดักของเน่าเสียให้ผู้ลงทุนได้ระดับหนึ่ง
กลับมาดูในไทย ที่บัดนี้ยังไม่มีผู้ทำหน้าที่นี้เป็นทางการ ใครที่ต้องการเป็นด่านหน้า ลงทุนก่อน แนะนำให้ทดลองไปนั่งอ่านข้อมูลการนำเสนอไวท์เปเปอร์ของไอซีโอในต่างประเทศดูก่อน แล้วลองวิเคราะห์เล่นๆ ว่าเป็นอย่างไร จากนั้นให้ติดตามดูหลังจากไอซีโอนั้นระดมทุนไปแล้วว่ามีความคืบหน้าอย่างไร ราคาเหรียญที่เสนอขายเป็นเช่นไรบ้าง
หากทดลองศึกษาแล้วพบว่าตัวเองวิเคราะห์ได้ถูกทางมากเพียงพอ (แบบไม่เข้าข้างตัวเอง) อยากจะเริ่มลงทุน ไอซีโอจริงๆ ก็ไม่ขอห้าม อาจเริ่มจากการลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยๆ ที่คิดว่า เสียก้อนนี้ไปก็ไม่สะเทือนชีวิตที่เหลืออยู่ ต้องตระหนักว่าต้องรับความผิดชอบหากเกิดความเสียหายจากการลงทุนเองทั้งหมด ไม่มีผู้ใดเข้าไปช่วยคุ้มครองได้
หนึ่งคำแนะนำที่อยากให้ฟัง คือคำแนะนำของ ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรีคอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งบริษัทฟินเทคที่ธนาคารเข้าไปลงทุนไว้คือ บริษัท โอมิเซะ ได้ออกไอซีโอ ชื่อ "โอมิเซะ โก" เมื่อเดือน มิ.ย. 2560
ฐากร ระบุว่า ไอซีโอมีข้อดีทั้งต่อ ผู้ระดมทุนและคนลงทุน เหมาะกับ ผู้ระดมทุนที่ไม่ต้องการให้คนลงทุนไปมีส่วนในธุรกิจ ไม่ชอบความยุ่งยากในการทำตามขั้นตอนการตรวจสอบทรัพย์สินอย่างละเอียด (ดีล ดิลิเจนท์) ฝั่งผู้ลงทุน ไอซีโอจะเป็นช่องทางที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยมีโอกาสลงทุนในสตาร์ทอัพ ส่วนบริษัทร่วมลงทุน (วีซี) ที่ไม่อยากถือหุ้นในสตาร์ทอัพนาน 7-10 ปี ก็ใช้ช่องทางนี้ขายทำกำไร ออกไปก่อนได้
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อไอซีโอคือ ต้องอ่านจนเข้าใจว่าผู้ระดมทุนรายนั้นออกไอซีโอไปทำธุรกิจอะไร มีผลิตภัณฑ์แบบไหน เป็นธุรกิจที่เรารู้และเข้าใจ เหมาะที่เราจะเข้าไปลงทุนหรือไม่ อย่าหวังเพียงเข้าไปซื้อไอซีโออะไรก็ได้เพื่อเวลาที่ไอซีโอนั้นถูกนำไปซื้อขายในตลาดรองแล้วจะราคาสูงขึ้น เพราะที่ผ่านมาไอซีโอที่ราคาไม่ขยับไปไหนเลยหรือต้องออกจากตลาดไปเพราะธุรกิจล้มเหลวก็มี ไม่ได้มีแต่กำไรเป็นพันเป็นแสนเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว
พร้อมกันนี้ต้องศึกษาว่าผู้ลงทุน จะได้อะไรตอบแทนจากการไปซื้อ ไอซีโอบ้าง คนที่ออกไอซีโอ มีศักยภาพแค่ไหน ธุรกิจนี้ให้ประโยชน์อะไรกับประเทศชาติหรือเปล่า สำคัญที่สุดคือต้องทำความเข้าใจว่าการซื้อไอซีโออาจต้องนำเงินไปซื้อคริปโตเคอเรนซี (เงินสกุลดิจิทัล) มาก่อนเพื่อนำไปแลกเป็นเหรียญมาอีกทอด จึงต้องรู้ว่าต้องไปซื้อที่ไหน นำไปให้บริษัทนั้นอย่างไร กระบวนการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น
จบตรงประโยคนี้ ผู้ลงทุนถามใจตัวเองดูว่าพร้อมไหมกับไอซีโอ พร้อมก็ลุย ไม่พร้อมก็รอ n







