posttoday
ช่วยกันปลุกคนไทยให้ตื่น

ช่วยกันปลุกคนไทยให้ตื่น

16 มกราคม 2561

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 78 กำหนดไว้ให้ "รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ การจัดทำบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมตลอดทั้งการตัดสินใจทางการเมือง และการอื่นใดบรรดาที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน" แม้ไม่ได้บังคับว่ารัฐ "ต้อง" ทำ แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาล "พึง" กระทำ และควรลงมือทำได้แล้วและต้องเร่งทำด้วย

ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 78 กำหนดไว้ให้ "รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ การจัดทำบริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมตลอดทั้งการตัดสินใจทางการเมือง และการอื่นใดบรรดาที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน" แม้ไม่ได้บังคับว่ารัฐ "ต้อง" ทำ แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาล "พึง" กระทำ และควรลงมือทำได้แล้วและต้องเร่งทำด้วย

จนถึงขณะนี้ ยังไม่เห็นภาครัฐกระตือรือร้นที่จะให้ความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตยแก่ประชาชนอย่างจริงจังและเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งที่เหลือเวลาอีก ไม่ถึงปีที่เราจะมีการเลือกตั้งระดับชาติตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่กลางปี 2561 เป็นต้นไป ก็จะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเริ่มลงมือให้ความรู้ความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ประชาชนผ่านทางสื่อรัฐที่มีอยู่อย่างมากมายที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้โดยตรง แทนที่จะปล่อยให้ประชาชนสับสนกับ "ข่าวปล่อย" "ข่าวลวง" จากพรรคการเมืองที่เริ่มออกมาแย่งชิงหาเสียงกันอุตลุด ที่ไม่ได้ให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยที่แท้จริงแก่ประชาชนเลย ข้อมูลใดที่คิดว่าตัวเองจะได้ประโยชน์ก็จะอ้างว่านั่นแหละคือประชาธิปไตย

ไม่ต้องไปตั้งคำถามว่าประชาชนจะเอาการเมืองแบบประชาธิปไตยหรือจะเอาเผด็จการทหาร นี่เป็นวลีที่นักการเมืองบางกลุ่มตั้งคำถามเพื่อทำให้ ตัวเองดูดีขึ้น และทำให้ฝ่ายตรงข้าม ดูแย่ลง

คนไทยทุกหมู่เหล่าต้องการประชาธิปไตยด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีใครหรอกที่ต้องการเผด็จการ เผด็จการอาจเข้ามาแก้ปัญหาได้ชั่วครั้งชั่วคราวและประเทศก็ต้องกลับเข้าสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยเช่นเดิม เมื่อ เป็นประชาธิปไตยก็ต้องมีการเลือก ผู้แทนของประชาชนไปบริหาร ประเทศ

แนวคิด ปรัชญาทางการปกครอง รูปแบบต่างๆ ของฝรั่งตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน จนถึงประชาธิปไตยยุโรป อเมริกัน ถูกนำมาทดลองใช้ในเมืองไทยจนหมดสิ้น อะไรที่คิดว่าดีก็ไปลอกแบบของฝรั่งเขามาใช้ หยิบโน่นนิดนี่หน่อยมาผสมผสานกันให้เป็นแบบไทยๆ เขียนรัฐธรรมนูญกันมา 20 ฉบับแล้ว แต่ประชาธิปไตยไทยก็ไปไม่ถึงไหน ไม่โตแต่ก็ไม่ตาย เวลานี้นักวิชาการกำลังสนใจการปกครองแบบจีนที่ ฝรั่งบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ทำไมเมืองจีนจึงก้าวกระโดดแบบหยุดไม่อยู่ นักคิด นักวิชาการไทยสนใจศึกษาความคิดและคำพูดของสีจิ้นผิงกันมากขึ้น เราเรียกจีนว่าเป็นประเทศคอมมิวนิสต์

แต่ผู้นำจีนบอกว่าเขาเป็น "ประชาธิปไตยแบบจีนๆ" ที่ทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยประเทศมั่นคง คนจีนกินดีอยู่ดีมากขึ้น มีเงินออกไปเที่ยวต่างประเทศได้ทั่วโลกเหมือนกับคนญี่ปุ่น ที่ผู้นำไทยพยายามสร้างประชาธิปไตยแบบไทยๆ ขึ้นมาบ้าง โดยเรียกว่า "ประชาธิปไตยไทยนิยม"

ในขณะที่นักการเมืองออกมาเรียกร้องให้ปลดล็อก ฯลฯ นักการเมืองพวกนี้เคยถามประชาชนบ้างไหมว่าประชาชนต้องการอะไร ทั้งที่ประชาชนเป็นใหญ่สุดในแผ่นดิน รัฐธรรมนูญทุกฉบับระบุว่า "อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย" บ้าง "อำนาจประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย" บ้าง ซึ่งบอกให้รู้ว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ นักการเมืองเป็นเพียงตัวแทนที่ประชาชนเลือกเข้าไปให้ทำหน้าที่แทน ทำตามความต้องการของประชาชน ที่ผ่านมาประชาชนเลือกคนดีบ้างชั่วบ้าง ประชาชนถูกหลอกบ้าง ประชาธิปไตยไทยลุ่มๆ ดอนๆ อย่างนี้เรื่อยมา เมื่อบ้านเมืองไปไม่ไหวก็ต้องไปใช้บริการของทหารเสียทีหนึ่ง

พรรคการเมือง สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักโพลทั้งหลายน่าจะทำโพลลองถามความต้องการของประชาชนว่าต้องการอะไร หากเดา ไม่ผิด ประชาชนต้องการให้ประเทศมีความมั่นคง ไม่มีภัยคุกคามทั้งจากภายนอกและภายใน บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยเป็นปกติสุข เศรษฐกิจดี ประชาชนกินดีอยู่ดีมีสุขถ้วนหน้า รักใคร่สามัคคีกัน ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่กดขี่ข่มเหงประชาชน อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างไม่ล่าช้า เป็นต้น จากนั้น พรรคการเมืองต่างๆ ก็ไปออกนโยบายว่าจะบริหารประเทศอย่างไรให้บรรลุซึ่งความต้องการของประชาชนโดยเรียงตามลำดับความสำคัญเร่งด่วน เสนอต่อประชาชนที่จะคอยซักไซ้ ว่านโยบายที่เสนอไม่ใช่เป็น "ประชานิยม" แต่ปฏิบัติได้จริง และประเทศไม่เสียหาย โดยเชิญผู้รู้มาซักถามรายละเอียดกันเลย คำตอบจะเท่ากับเป็นคำมั่นสัญญาให้กับประชาชน และเท่ากับเป็น "เช็กลิสต์" ที่ประชาชนใช้ตรวจสอบในภายหลัง ได้ด้วย

ที่ผ่านมา มีแต่พรรคการเมืองคิดเองทำเอง และเสนอนโยบายที่สวยหรูให้ประชาชนเลือก ทำได้หรือไม่ได้ค่อยคิดทีหลัง ขอให้ได้รับเลือกไว้ก่อน แต่ครั้งนี้เอาใหม่ ให้มีการเปิดเผย ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละภาคอาจไม่เหมือนกัน แล้วให้พรรคการเมืองเสนอนโยบายและวิธีการที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ดังนั้นทุกอย่างจะเริ่มต้นที่ประชาชน โดยเอาประชาชนเป็นตัวตั้งแล้วให้พรรคการเมืองเสนอวิธีการให้ประชาชนเลือก

สำคัญที่สุด คือ ประชาชนต้องตระหนักรู้ถึงความสำคัญและบทบาทของตนเองในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไทยจะก้าวหน้าหรือถอยหลังอยู่ที่ประชาชน ก่อนอื่นประชาชนต้องพัฒนาตนเองเป็น "ประชาชนผู้ตื่นรู้" หรือ "ประชาชนผู้เอางานเอาการ" เลือกคนดีเข้าไปบริหารประเทศ ตรวจสอบการทำงานของตัวแทนที่เลือกเข้าไปว่าได้ทำในสิ่งที่ตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่อย่างไร ถ้าคนไทยเจ้าของอำนาจอธิปไตยยังคงนอนหลับ ปลุกแล้วก็ยังไม่ยอมตื่น หรือลุกขึ้นมาขายเสียง เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วกลับไปนอนต่อ ประชาธิปไตยไทยก็คงไปไม่ถึงไหน ไม่ว่าจะออกแบบรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ ให้ดีเลิศอย่างไร "ประชาธิปไตยไทยนิยม" ก็คงไป ไม่รอด n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท