
เปิดข้อมูลเทียบเงินฝากแบงก์
ธปท.เปิดพื้นที่เผยแพร่ข้อมูลเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สถาบันการเงินหวังประชาชนรับบริการเป็นธรรม
ธปท.เปิดพื้นที่เผยแพร่ข้อมูลเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สถาบันการเงินหวังประชาชนรับบริการเป็นธรรม
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับลูกค้ารายย่อยมานำเสนอให้ประชาชนได้เปรียบเทียบข้อมูลผลิตภัณฑ์ของแต่ละธนาคาร ประกอบการตัดสินใจใช้บริการ
ทั้งนี้ จะเริ่มต้นจากข้อมูลเงินฝากก่อน จากนั้นจะทยอยนำข้อมูลผลิตภัณฑ์อีก 5 รายการ ได้แก่ บัตรเดบิต บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และเช่าซื้อมาเผยแพร่เพิ่มเติมภายในไตรมาส 2 ปีนี้
สำหรับประชาชนสามารถดูข้อมูลการเปรียบเทียบได้ 2 ช่องทาง คือ ที่เว็บไซต์ ธปท. www.bot.or.th หรือเว็บไซต์ของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน www.1213.or.th โดยข้อมูลเงินฝากได้นำเผยแพร่ไปแล้ว ประกอบด้วย ประเภทผลิตภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ยต่อปี ระยะเวลาฝากที่กำหนด จำนวนเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำ และเงื่อนไขการซื้อ/ใช้ผลิตภัณฑ์อื่นควบคู่กับการเปิดบัญชี
นอกจากประชาชนจะดูข้อมูลแบบโดยรวมทุกธนาคารได้แล้ว ยังสามารถกดเลือกผลิตภัณฑ์เฉพาะรายการที่สนใจเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันเองให้เห็นภาพชัดขึ้นได้ด้วย
ด้านตัวอย่างข้อมูลผลิตภัณฑ์อื่น เช่น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยนั้น ก็จะต้องมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องชำระเป็นงวด ต้องระบุว่าหากจะรีไฟแนนซ์มีเงื่อนไขอะไรบ้าง คิดค่าปรับหรือไม่ การคิดดอกเบี้ยแบบปกติและแบบผิดนัดชำระหนี้เป็นอย่างไร มีการขายพ่วงผลิตภัณฑ์อื่นหรือไม่ แล้วผลิตภัณฑ์ที่ขายพ่วงจำเป็นต้องใช้หรือไม่ เช่น ขายพ่วงประกันอัคคีภัยที่จำเป็น หรือขายพ่วงประกันชีวิตซึ่งไม่จำเป็น
นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สาเหตุที่จัดทำข้อมูลไว้เพราะมองว่า ประชาชนควรมีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่ถูกหลอกหรือบังคับให้ซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยเป็นข้อมูลอย่างง่ายๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ ธปท.เลือกมานำเสนอให้เปรียบเทียบก่อนก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องการให้เห็นข้อดีข้อเสียไว้ตัดสินใจ
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การเปิดเผยข้อมูลตรงไปตรงมาให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย เป็นข้อดีข้อเสียเห็นผลตอบแทนได้ง่ายขึ้น จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากขึ้น และส่งเสริมการแข่งขันให้บริการที่คุณภาพของสถาบันการเงินด้วย







