
ธปท.ขึ้นบัญชีแฉแบงก์ไม่เป็นธรรม
ธปท.ชี้หากพบความผิดแบงก์ประเด็นนำบัตรประชาชนคนอื่นเปิดบัญชีพร้อมลงโทษ แถมเปิดเผยชื่อแบงก์ที่ทำผิดผ่านเว็บไซต์
ธปท.ชี้หากพบความผิดแบงก์ประเด็นนำบัตรประชาชนคนอื่นเปิดบัญชีพร้อมลงโทษ แถมเปิดเผยชื่อแบงก์ที่ทำผิดผ่านเว็บไซต์
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายในสิ้นเดือนนี้ ธปท.จะประกาศใช้เกณฑ์การกำกับดูแลการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรรม (มาร์เก็ต คอนดักต์) โดยได้ลงนามในประกาศไปแล้ว อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ หากประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว ธปท.ตรวจพบการให้บริการแก่ลูกค้าไม่เป็นธรรม ทั้งจากการที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามา หรือจากการสุ่มตรวจของ ธปท.เอง และผลตรวจผิดจริง สถาบันการเงินจะถูกปรับยอดสูงสุดคือ 1 ล้านบาท รวมทั้งอาจมีโทษสูงถึงห้ามทำธุรกรรมนั้นๆ และยังถูก ธปท.นำรายละเอียดการลงโทษมาประกาศไว้ในเว็บไซต์ ธปท. พร้อมต้องเปิดเผยรายละเอียดการถูกลงโทษในเว็บไซต์สถาบันการเงินเองให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจใช้บริการทางการเงิน
"ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของสถาบันการเงินคือความไว้วางใจของประชาชนในระยะยาว ดังนั้นสถาบันการเงินต้องสร้างความไว้วางใจ การที่ ธปท.ออกมาร์เก็ต คอนดักต์ให้สถาบันการเงินปฏิบัติก็เป็นส่วนหนึ่งเพื่อสร้างความไว้วางใจระยะยาว" นายวิรไท กล่าว
ทั้งนี้ มาร์เก็ต คอนดักต์ ครอบคลุม 9 ประเด็น ได้แก่ 1.วัฒนธรรมองค์กรและบทบาทหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง 2.การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจัดกลุ่มลูกค้า 3.การจ่ายค่าตอบแทน 4.กระบวนการขาย 5.การสื่อสารและให้ความรู้พนักงาน 6.การดูแลข้อมูลลูกค้า 7.การแก้ไขปัญหาและการจัดการเรื่องร้องเรียน 8.การควบคุมภายในและการตรวจสอบการปฏิบัติงาน 9.การปฏิบัติงานและแผนฉุกเฉิน ซึ่งปัญหาบุคคลถูกนำบัตรประชาชนไปสวมรอยเปิดบัญชีที่เป็นข่าวใหญ่นั้น เข้าข่ายข้อ 7-8 ที่ ธปท.ตรวจสอบสถาบันการเงินในเชิงลึกอยู่ หากตรวจพบว่าผิดจริงก็จะลงโทษตามแนวทาง
นายวิรไท กล่าวว่า จัดทำมาร์เก็ต คอนดักต์ เพราะต้องการให้ลูกค้าได้รับบริการการเงินที่ตรงความต้องการของ ตัวเอง ไม่ใช่ตรงความต้องการพนักงานขาย มีหลักการสำคัญ 4 ข้อ คือ ไม่หลอก ไม่บังคับ ไม่รบกวน ไม่เอาเปรียบ ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.มีแนวปฏิบัตินี้ให้สถาบันการเงิน พร้อมตรวจสอบ ลงโทษอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณชนทราบ การออกเกณฑ์นี้จะทำให้ชัดเจนขึ้นว่าปฏิบัติเช่นไรบ้างจึงเข้าข่ายถูกลงโทษ พร้อมกำหนดระดับความรุนแรงของโทษไว้ เป็นการยกระดับให้เกณฑ์เข้มข้นขึ้น







