
จ่อฟันไทยอุ้มค่าเงิน
ชี้ไทยค้าเกินดุลสหรัฐปีที่แล้วจ่อทะลุ 6.4 แสนล้าน เข้าข่ายสหรัฐขึ้นบัญชีปั่นค่าเงิน
ชี้ไทยค้าเกินดุลสหรัฐปีที่แล้วจ่อทะลุ 6.4 แสนล้าน เข้าข่ายสหรัฐขึ้นบัญชีปั่นค่าเงิน
แบรด เซ็ทเซอร์ นักวิจัยอาวุโสด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศของสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศ (ซีเอฟอาร์) องค์กรคลังสมองในสหรัฐ เปิดเผยว่า ไทยอาจเข้าข่ายขึ้นบัญชีดำประเทศปั่นค่าเงินของสหรัฐ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้ เนื่องจากเข้าข่ายคุณสมบัติประเทศแทรกแซงค่าเงินทั้ง 3 ข้อ
เซ็ทเซอร์ ระบุว่า ที่ผ่านมาไทยเข้าข่ายคุณสมบัติ 2 ข้ออยู่แล้ว คือ มีบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากกว่า 3% ของขนาดเศรษฐกิจ โดยอยู่ที่ 11.6% เมื่อปี 2559 และมีการเข้าซื้อเงินตราสกุลต่างประเทศเกิน 2% ของขนาดเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับขึ้น 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.76 แสนล้านบาท) ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นถึง 4,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 แสนล้านบาท) ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสดังกล่าว
สำหรับข้อสุดท้ายนั้น คือ ต้องมีการค้ากับสหรัฐมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.4 แสนล้านบาท) แม้ไทยจะไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว โดยใน 11 เดือนแรกของปี 2560 ไทยเกินดุลสหรัฐอยู่ที่ราว 1.849 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.94 แสนล้านบาท) แต่ก็มีแนวโน้มจะมีการส่งออกมากกว่านำเข้ากับสหรัฐในเดือน ธ.ค.มากกว่า 1,520 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.8 หมื่นล้านบาท) ในเดือน ธ.ค. หลังเดือน ต.ค.และเดือน พ.ย. ไทยเกินดุลกับสหรัฐมากถึงเดือนละ 1,800 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.7 หมื่นล้านบาท)
"แต่ผมคิดว่ากระทรวงการคลังสหรัฐกำลังหวังว่าไทยจะไม่ข้ามหลักดังกล่าวอย่างเป็นทางการไปจนถึงอย่างน้อยต้นปีหน้า เพราะในรายงานเดือน เม.ย.นี้ จะรวบรวมข้อมูลถึงแค่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา และผมมั่นใจว่าสหรัฐจะกดดันด้วยการให้ไทยอยู่ในชื่อประเทศเฝ้าระวังไปก่อนจะประกาศเป็นผู้ปั่นค่าเงิน" เซ็ทเซอร์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานในประเด็นเดียวกันว่า นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มจับตาการขึ้นบัญชีปั่นค่าเงินในครั้งนี้อาจจะมีไทยและอินเดียอยู่ด้วย โดยธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ไทยเข้าซื้อสกุลต่างประเทศเกิน 2% ของเศรษฐกิจเข้าไปแล้ว และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในรายชื่อ 16 ชาติ ที่มีการค้าเกินดุลกับสหรัฐมาก







