
จับตา 'ผู้นำสิงคโปร์รุ่นที่ 4'
มรกตวงศ์ ภูมิพลับคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นับตั้งแต่แยกตัวออกจากมาเลเซียในปี 1965 พรรคกิจประชา (People's Action Party หรือ PAP) ก็กุมบังเหียนบริหารสิงคโปร์มานานมากกว่าห้าทศวรรษ ผู้นำรุ่นแรกที่เป็นที่รู้จักระดับโลกคือ ลีกวนยู ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงปี 1990 ก็สละเก้าอี้
มรกตวงศ์ ภูมิพลับคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นับตั้งแต่แยกตัวออกจากมาเลเซียในปี 1965 พรรคกิจประชา (People's Action Party หรือ PAP) ก็กุมบังเหียนบริหารสิงคโปร์มานานมากกว่าห้าทศวรรษ ผู้นำรุ่นแรกที่เป็นที่รู้จักระดับโลกคือ ลีกวนยู ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงปี 1990 ก็สละเก้าอี้
ลีกวนยูผู้ล่วงลับได้ชื่อว่าพลิกโฉมสิงคโปร์ให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วโดยใช้เวลาไม่กี่ทศวรรษ ก่อนจากไป เขาให้สัมภาษณ์ในปี 2008 ว่า "ผมพยายามสร้างสิงคโปร์จากโลกที่สามสู่การเป็นโอเอซิสของโลกที่หนึ่ง"
ที่ผ่านมาทายาททางการเมืองของ PAP ถูกเตรียมไว้อย่างดีและมีตัวผู้สืบทอดอำนาจค่อนข้างชัดเจน ในวันที่ลีกวนยูลงจากตำแหน่ง การเปลี่ยนผ่านทางอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น โก๊ะจ๊กตงได้รับเลือกเป็นผู้นำรุ่นที่ 2 ด้วยความโดดเด่นเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เคยเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งประเทศสิงคโปร์ รัฐมนตรีอาวุโสด้านการเงิน รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม โดยโก๊ะจ๊กตงเป็นนายกฯ ระหว่างปี 1990-2004
การส่งต่ออำนาจให้ผู้นำรุ่นที่สามยังคงราบรื่น เมื่อนายลีเซียนลุง ทายาททางสายเลือดของลีกวนยูรับช่วงตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบัน โดยก่อนหน้านั้นเขาดำรงตำแหน่งสำคัญเช่น รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม
สิงคโปร์ภายใต้บังเหียนของลีเซียนลุงยังคงมาตรฐานในการบริหารได้เหมือนกับรุ่นก่อนหน้า แม้ภายหลังลีกวนยูถึงแก่อสัญกรรมจะมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างเมื่อมีข่าวว่าลีเซียนลุงป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เขาก็ได้รับการรักษาและผ่าตัดจนอาการดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนนี้นำมาสู่คำถามสำคัญของสิงคโปร์คือ "ใครจะเป็นผู้นำรุ่นถัดไปของ PAP และสิงคโปร์" จนกล่าวได้ว่าเกิดภาวะวิกฤตการสืบทอดอำนาจของ PAP เนื่องจากยังไม่มีผู้ใดที่โดดเด่นพอที่จะขึ้นมาบริหารประเทศ
กระทั่งอดีตผู้นำรุ่นที่ 2 อย่างโก๊ะจ๊กตงยังกล่าวในวันส่งท้ายปีเก่า 2017 ว่าปัญหาเรื่อง "ผู้นำรุ่นที่ 4" เป็นความท้าทายเร่งด่วนของสิงคโปร์ เขายังกล่าวต่อว่าในกลุ่มตัวเลือกจะมีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับการสนับสนุนโดยน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 9 เดือนก็จะได้คำตอบว่าคือผู้ใด โดยลีเซียนลุงวางแผนไว้ว่าจะกำหนดตัวอย่างเป็นทางการก่อนสิ้นปี 2018 ล่าสุดนักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่ามี 3 คน ได้แก่ เฮงสวีเกียต อายุ 56 ปี รมว.คลัง ชานชุนซิง อายุ 48 ปี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และองเยคุง อายุ 48 ปี รมว.ศึกษา ที่น่าสังเกตคือทั้งสามคนเข้าสู่แวดวงการเมืองไม่ถึง 10 ปี
สังเกตได้ว่าตัวเก็งผู้นำสิงคโปร์มักจะผ่านงานสายเศรษฐกิจมาก่อนเพราะเศรษฐกิจเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จของสิงคโปร์ เป็นไปได้ว่าเฮงสวีเกียต รมว.คลัง อาจมีแต้มต่อมากกว่าคนอื่น เพราะเล่นการเมืองตั้งแต่ปี 2011 เคยเป็น รมว.ศึกษามาก่อน มีอาวุโสและมีพรรษาการเมืองสูงกว่าคู่แข่ง อุปสรรคประการเดียวของเขาคือปัญหาสุขภาพซึ่งเคยประสบโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เมื่อปี 2016
ในตอนนี้ แม้ว่าตัวเก็งว่าที่ผู้นำคนล่าสุดของสิงคโปร์จะยังไม่ชัดเหมือนรุ่นก่อนหน้า แต่อดีตผู้นำสิงคโปร์ก็ออกมากล่าวว่ารัฐบาลสิงคโปร์ควรจะทำงานเป็นทีมและสนับสนุนว่าที่ผู้นำรุ่นที่ 4 ให้ผ่านความท้าทายไปให้ได้







