posttoday
ล้อมคอก สวมบัตรเปิดบัญชี

ล้อมคอก สวมบัตรเปิดบัญชี

15 มกราคม 2561

ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยบัตรประชาชนผู้อื่นไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อ สร้างความตื่นตัวในแวดวงธนาคารและผู้บริโภคอย่างมากว่า ทำไมธนาคารซึ่งเป็นองค์กรที่มีกฎเกณฑ์พิสูจน์ตัวตนเข้มงวดแห่งหนึ่ง จึงเสียเหลี่ยมมิจฉาชีพถึง 7 ธนาคาร ให้เปิดบัญชีโดยใช้บัตรประชาชนผู้อื่นถึง 9 บัญชี

ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยบัตรประชาชนผู้อื่นไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อ สร้างความตื่นตัวในแวดวงธนาคารและผู้บริโภคอย่างมากว่า ทำไมธนาคารซึ่งเป็นองค์กรที่มีกฎเกณฑ์พิสูจน์ตัวตนเข้มงวดแห่งหนึ่ง จึงเสียเหลี่ยมมิจฉาชีพถึง 7 ธนาคาร ให้เปิดบัญชีโดยใช้บัตรประชาชนผู้อื่นถึง 9 บัญชี

เงื่อนไขการเปิดบัญชีธนาคารใช้การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียว พร้อมกับกรอกข้อมูลใบคำขอเปิดบัญชี ซึ่งข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดต้องได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นข้อมูลที่เป็นความจริง แต่ก็เกิดข้อสงสัยว่ายืนยันจริงหรือไม่กับเพียงการเซ็นยืนยันสำเนาถูกต้อง

ปัจจุบันระบบการยืนยันข้อมูลจากบัตรประชาชน ทุกธนาคารนำเครื่องอ่านบัตรประชาชน (สมาร์ทการ์ดรีดเดอร์) มาใช้ ซึ่งเป็นการอ่านข้อมูลจากชิปการ์ดของบัตรประชาชนใบนั้น ข้อมูลที่แสดงเป็นข้อมูลพื้นฐาน ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และอื่นๆ ดูว่าตรงกับหน้าบัตรหรือไม่ เป็นบัตรจริงหรือบัตรปลอม

แต่ปัญหาอยู่ที่เครื่องดังกล่าวไม่สามารถระบุได้ว่าบัตรประชาชนใบนั้นเป็นบัตรเก่าหรือบัตรใหม่ เป็นบัตรที่ถูกยกเลิกไปแล้วหรือไม่ เนื่องจากระบบสมาร์ทการ์ดรีดเดอร์ที่ธนาคารทุกแห่งใช้เป็นแบบออฟไลน์ ไม่ใช่แบบออนไลน์ที่เชื่อมต่อเข้ากับถังข้อมูลกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จึงไม่เห็นการอัพเดทข้อมูลประจำตัวของเจ้าของบัตร

นี่คือช่องโหว่แรกที่ทำให้การพิสูจน์ตัวตนไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถยืนยันในขั้นต้นได้ว่า บัตรประชาชนนั้นยังใช้งานได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การยืนยันตัวตนผ่านบัตรประชาชน แม้ว่าเครื่องสมาร์ท การ์ดรีดเดอร์อาจปรับปรุงไปเชื่อมระบบแบบออนไลน์กับกรมการปกครองในอนาคต แต่ก็บอกได้ว่าเป็นบัตรใหม่หรือบัตรเก่าเท่านั้น ยังจำเป็นต้องใช้การยืนยันตัวตนแบบอื่นมาประกอบการพิจารณาด้วย

หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้การเปิดบัญชีธนาคารต้องทำที่สาขาของธนาคารตามกฎของการยืนยันตัวตนลูกค้า (Know Your Customer : KYC) ทว่าเพียงการเดินไปเปิดบัญชีที่สาขา ให้พนักงานเห็นใบหน้า ก็คงแน่ใจไม่ได้แล้วว่าเป็นตัวจริง เพราะบางคนรูปถ่ายไม่เหมือนตัวจริง จากการเปลี่ยนแปลงทาง รูปลักษณ์ เช่น อ้วนขึ้น ผอมลง หรือทำศัลยกรรม

ปัญหาดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างเร่งด่วน ทั้งตัวธนาคารเอง และฝ่ายกำกับดูแลด้านการเงิน โดยล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกหลักเกณฑ์การพิสูจน์ตัวตน 7 ขั้นตอนก่อนการเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อปิดกั้นไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาทำลายความเชื่อมั่นระบบธนาคารไทย

มาตรการเพิ่มความเข้มงวดเกี่ยวกับการแสดงตัวตนผู้เปิดบัญชีต้องแสดงหลักฐานอย่างน้อย 7 อย่าง ประกอบด้วย 1.ชื่อ-นามสกุล 2.วันเดือนปีเกิด 3.เลขบัตรประจำตัวประชาชน 4.ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและปัจจุบัน 5.อาชีพ สถานที่ทำงาน 6.ข้อมูลการติดต่อ อาทิ หมายเลขโทรศัพท์ 7.ลายมือชื่อผู้ทำธุรกรรม

ส่วนสถาบันการเงินต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้าในความรับผิดชอบ โดยติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีตามที่อยู่ในทะเบียนบ้านเพื่อยืนยันและรับรองสถานะบัญชี หากเจ้าของบัญชีไม่ยืนยันหรือรับรองสถานะ ทางสถาบันการเงินจะเฝ้าระวังบัญชีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และประสานข้อมูลกับ ปปง. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อไป

ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า คนร้ายพยายามหาช่องทางใหม่ๆ มาหลอกลวง จนมาถึงการขโมยบัตรประชาชนของผู้อื่นมาเปิดบัญชี ก่อนหน้านี้ธนาคารได้เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ซึ่งใช้วิธีการจ้างคนไปเปิดบัญชีแทน ทำให้สาขาของธนาคารทุกแห่งติดป้ายประกาศเตือนไว้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีมีความผิดตามกฎหมาย

จากกรณีดังกล่าวได้กำชับสมาชิกธนาคารเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการเปิดบัญชีธนาคารที่มีขั้นตอนที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความสะดวกสบายในการใช้บริการลดลง

แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ระบุว่า การตรวจสอบตัวตนต้องเข้มงวดขึ้นอีก นอกจากในเรื่องเอกสารแล้ว ยังต้องใช้ทักษะการสังเกตเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีหลายวิธี แต่ไม่สามารถบอกได้ เพราะเกรงว่ามิจฉาชีพจะรู้ทัน

ความเข้มงวดที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้รู้ว่าเมื่อก่อนการเปิดบัญชีธนาคารสะดวกและง่ายมาก โดยไม่ได้ผิดหลักเกณฑ์การพิสูจน์ตัวตนของ ธปท.

ยิ่งในช่วงที่ธุรกิจธนาคารกำลังแข่งขันขยายฐานลูกค้า การเปิดบัญชีใหม่ที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ธนาคารภูมิใจมากกว่าที่จะกังวลใจ การมีฐานลูกค้าใหญ่ขึ้นทำให้ธนาคารสามารถนำข้อมูล (ดาต้า) มาวิเคราะห์ เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในภาวะที่เทคโนโลยีกดดัน

ความเข้มงวดในการเปิดบัญชีก็เป็นเพียงปัญหาหนึ่ง แต่ช่องโหว่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ตัวผู้บริโภคเอง ต้องดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนตัวให้ดี โดยเฉพาะของสำคัญอย่างบัตรประชาชน หากสูญหายอาจจะต้องรักษาสิทธิตัวเองด้วยการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน อย่าเปิดช่องให้มิจฉาชีพมาสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและผู้อื่นๆ

ต้องฝากความหวังไว้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการพิสูจน์ตัวตน (เนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี แพลตฟอร์ม) ซึ่งเป็นการขอยืนยันตัวตนจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีข้อมูลส่วนตัวของบุคคลที่เคยใช้บริการ ที่แม่นยำ เชื่อถือได้ รองรับตรวจสอบตัวตนด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น ไบโอเมตริก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงดีอี กำลังร่วมกับภาคเอกชน เช่น ธนาคาร และองค์กรธุรกิจ ช่วยกันวางโครงสร้างอยู่ ซึ่งตามกำหนดจะแล้วเสร็จและทดสอบระบบได้ในช่วงปลายปี 2561

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งกำลังท้าทายความน่าเชื่อถือระบบธนาคาร ทุกฝ่ายต้องเร่งรัดให้ดิจิทัล ไอดีเกิดขึ้นเร็วกว่าแผน เพราะความปลอดภัยและความเชื่อมั่นเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท