
อนาคต 'ชิป' เริ่ม 'หาย'
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ อุตสาหกรรมชิปเซตกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากความนิยมในสมาร์ทโฟนและระบบเก็บข้อมูลคลาวด์ ที่ต่างมีชิปหน่วยความจำเป็นส่วนประกอบ โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวขยายตัวขึ้นเกือบ 70% นับตั้งแต่กลางปี 2016 ถึงสิ้นปี 2017
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
อุตสาหกรรมชิปเซตกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดช่วงหลายปีมานี้ เนื่องจากความนิยมในสมาร์ทโฟนและระบบเก็บข้อมูลคลาวด์ ที่ต่างมีชิปหน่วยความจำเป็นส่วนประกอบ โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวขยายตัวขึ้นเกือบ 70% นับตั้งแต่กลางปี 2016 ถึงสิ้นปี 2017
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า หลังจากที่บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ รายงานคาดการณ์ผลประกอบการที่น้อยกว่าคาด ประกอบกับราคาชิปที่ตกลงอย่างกะทันหัน ทำให้นักวิเคราะห์และนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจต่ออนาคตของอุตสาหกรรมดังกล่าว
ราคาชิปเซตในไตรมาส 4 ของปี 2017 ร่วงลงถึง 5% เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และยังคาดว่าจะร่วงลงเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ หลังภาคธุรกิจต่างลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตตามอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ส่งซัพพลายที่มากเกินไปทำให้คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมจะชะลอตัวลงจนเติบโตได้เพียง 30% ในปีนี้
รอยเตอร์สยกตัวอย่างชิปเซตประเภท NAND ที่ใช้พลังงานน้อยและมีความจุสูง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะมีราคาลดลงจากการเพิ่มกำลังการผลิต โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ คาดการณ์ว่าการผลิตชิป NAND จะมีการผลิตเพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน ส่งผลให้ราคาชิป ดังกล่าวมีแนวโน้มตกลง 10%
นอกจากนี้ ราคาที่ปรับลงอาจเป็นผลจากการกดดันของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ที่มองว่าราคาชิปเซตแพงเกินไป โดยในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ไชน่าเดลี่ สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า คณะกรรมการปฏิรูปและพัฒนาแห่งชาติ (เอ็นดีอาร์ซี) กำลังจับตาราคาของชิปหน่วยความจำสมาร์ทโฟนที่มีราคาแพง ซึ่งอาจเป็นผลจากการร่วมมือกันกำหนดราคาของ ซัมซุงและผู้ผลิตชิปเจ้าอื่น
รายได้ของหน่วยผลิตชิปซัมซุงมาจากจีนกว่า 50% จึงไม่แปลกที่ความกังวลจะมุ่งเป้าไปยังซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ที่เปิดเผยคาดการณ์ผลกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด โดยอยู่ที่ 15.1 ล้านล้านวอน (ราว 4.5 แสนล้านบาท) จากที่นักวิเคราะห์ของรอยเตอร์สคาดไว้ว่าจะสูงเกือบ 16 ล้านล้านวอน (ราว 4.8 แสนล้านบาท)
แม้ซัมซุงจะยืนยันว่าอุตสาหกรรมชิปของบริษัทยังคงไปได้สวย และกำไรที่น้อยกว่าคาดเป็นผลจากเงินวอนแข็งค่า แต่ก็ไม่อาจสลัดความกังวลของนักลงทุนไปได้ โดยหุ้นของบริษัทร่วงลงไปกว่า 7.5% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ความกังวลดังกล่าวยังระบาดไปยังบริษัทคู่แข่งอย่าง เอสเค ไฮนิกซ์ คู่แข่งในเกาหลีใต้ ที่หุ้นตกลงไป 6.2%
อย่างไรก็ตาม สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความผันผวนอย่างชิปเซตนั้น อัตราการเติบโต 30% ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งอยู่ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมชิปเซตก็ยังขยายตัวต่อเนื่องในปัจจุบัน จากดีมานด์ชิปเมโมรี่คุณภาพสูงที่ร้อนแรง รวมถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นยังเปิดช่องให้ผู้ผลิตชิปสามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย
อุตสาหกรรมชิปคงยังไม่หายไปง่ายๆ แต่อาจไม่สดใสมากนักจากซัพพลาย-ดีมานด์ที่ไม่สมดุลเช่นนี้ n







