
แพรกานต์ นิรันดร เฝ้ามองเธอไปในเวทีระดับโลก
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุลเด็กคือความงดงามที่เติบโต วันเด็กเพิ่งผ่านพ้น แรงบันดาลใจท่วมท้นอยู่ในบรรยากาศของวันเด็ก วันเด็กมิได้ไปไหน หากได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ผู้ที่ย่อมเคยเป็นเด็ก แต่ไม่ใช่เด็กธรรมดา หากเป็นนักเขียนวรรณกรรมแฟนตาซีที่สร้างปรากฏการณ์ "แพรกานต์ นิรันดร" วันนี้เติบโตขึ้นและกำลังจะสร้างปรากฏการณ์ในเวทีที่ต่างออกไป
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
เด็กคือความงดงามที่เติบโต วันเด็กเพิ่งผ่านพ้น แรงบันดาลใจท่วมท้นอยู่ในบรรยากาศของวันเด็ก วันเด็กมิได้ไปไหน หากได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่ง ผู้ที่ย่อมเคยเป็นเด็ก แต่ไม่ใช่เด็กธรรมดา หากเป็นนักเขียนวรรณกรรมแฟนตาซีที่สร้างปรากฏการณ์ "แพรกานต์ นิรันดร" วันนี้เติบโตขึ้นและกำลังจะสร้างปรากฏการณ์ในเวทีที่ต่างออกไป
นี่คือเจ้าของแรงบันดาลใจที่สร้างอิทธิพลต่อเด็กๆ เยาวชนไม่น้อย เจ้าของผลงานเขียนวรรณกรรมแฟนตาซีไตรภาคชุด "จักรภพพันธุ์มหัศจรรย์" ขณะที่เขียนยัง เป็นนักเขียนรุ่นเยาว์ อายุเพิ่งจะ 13 ปี แต่สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับโลกการอ่านอย่างน่าทึ่ง ปัจจุบันแพรกานต์ อายุ 23 ปีแล้ว วันนี้มาเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้ทำและกำลังจะทำ
สิ่งที่ได้ทำและกำลังจะทำ หรือแม้แต่กำลังจะทำ ต่อไปก็คือการอ่าน สาวน้อยเล่าด้วยรอยยิ้มแจ่มใสว่า รักการอ่านก็เพราะรักในเรื่องราว รักในความเป็นเรื่องราวที่สะกดเธอไว้ด้วยมนต์ขลังและพลังอานุภาพ ที่ยังบันดาลต่อมาถึงความสุข การทำงานและการเลือกใช้ชีวิต
"ชอบในสิ่งที่หนังสือให้กับเรา เมื่อได้หยิบหนังสือเล่มใดก็ตามขึ้นมาอ่านก็จะมีความรู้สึกเหมือนกับหลุดเข้าไปในโลกหนังสือเล่มนั้นๆ ได้สนุกและโลดแล่นไปกับมัน ได้เจอเพื่อนๆ ที่เป็นตัวละครในหนังสือแต่ละเล่ม"
แพรกานต์เล่าว่า เธอเขียนหรือทำในสิ่งที่เรียกว่า "พยายามเขียนหนังสือ" ตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ เมื่ออายุ 13 ปี เริ่มวางโครงเรื่องของไตรภาค-จักรภพพันธุ์มหัศจรรย์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเลลาร์ เงือกน้อยในโลกคู่ขนาน ที่ต้องการจะทำงานเป็นทูตระหว่างโลกมนุษย์กับโลกของสัตว์วิเศษ หรือเรียกว่าทำงานสันถวไมตรีแบบเงือกก็น่าจะได้ เชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจและความรักระหว่างสิ่งมีชีวิตสองสายพันธุ์
อดีตนักเขียนรุ่นเยาว์ เกิดที่เมืองไทย เป็นคนไทย พูดไทยคล่อง เธอเรียนหนังสือที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา จบแล้วไปเรียนต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อเรียนจบตัดสินใจย้ายไปลอสแองเจลิส คนไทยที่ชอบดูหนังฮอลลีวู้ดคุ้นเคยดี เพราะคือแหล่งกำเนิดภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดนั่นเอง
ไตรภาคโลกคู่ขนานชุดจักรภพพันธุ์มหัศจรรย์จบลง แพรกานต์เริ่มชีวิตใหม่ของเธอที่ต่างประเทศ แม้ความใฝ่ฝันดั้งเดิมคือการเป็นนักเขียนไปตลอด เนื่องจากชอบความเป็นเรื่องราว เคยอยากเป็นนักเขียนก็เพราะจะได้ทำงานกับ "เรื่องราว" ไปตลอด อย่างไรก็ตาม แพรกานต์ค้นพบเส้นทางของเรื่องราวบนเวทีระดับฮอลลีวู้ดและตัดสินใจมาทำงานและใช้ชีวิตที่นี่
ปัจจุบัน แพรกานต์ทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ผู้ประสานงานบทหนังที่เนทฟลิกซ์ (Netflix) ทำหน้าที่ประสานความเป็นไปได้ของหนังสือที่มีความเป็นไปได้สูงบนโลกเซลลูลอยด์ ตั้งแต่การนัดเจรจากับผู้เขียน หรือแม้กระทั่งตัวผู้เขียนบทในกรณีที่บทถูกสร้างขึ้นในฐานะของบทภาพยนตร์ตั้งแต่แรก หน้าที่คือการอ่านและการพิจารณา โดยภาพรวม ว่า หนังสือเล่มนั้น หรือบทภาพยนตร์นั้นๆ มีความเป็นไปได้ "แค่ไหน" ก่อนจะนำมาซึ่งการแปรวรรณกรรมให้กลายเป็นบทหนัง หรือแปรบทหนังดีๆ ให้กลายเป็นบทหนังทำเงิน
"งานหนักมากที่ฮอลลีวู้ด เพราะในระหว่างทางของกระบวนการกว่าจะเป็นภาพยนตร์สักเรื่อง มันยากมาก มันเยอะมาก ขั้นตอนและผู้คนมากมายที่เราต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ตัดสินและไม่ตัดสิน"
จากหนังสือกลายเป็นบทหนัง ต้องอ่านบทหนังขนาดไหนยังไงบ้าง สาวน้อยยิ้มกว้างตอบว่า สมัยเด็กชอบอ่านหนังสือแนวแฟนตาซี ผจญภัยโลดโผน สืบสวนสอบสวน หรือหนังสือรักโรแมนซ์ก็อ่าน ปัจจุบันต้องอ่านบทหนังทุกประเภท ฟังดูก็เหมือนกับตอนเด็กๆ ที่ได้อ่านหนังสือทุกอย่างที่อยากอ่าน แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่เชิงว่าจะเหมือนกันเสียทีเดียวนัก
"เมื่อคิดว่าเดิมพันในสิ่งที่ทำคือการเกี่ยวพันกับเงินมูลค่ามหาศาล หนังฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่งๆ ใช้เงินลงทุนเป็นหลักหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ก็ต้องถือว่าเป็นการอ่านที่ไม่เหมือนกันได้เลย"
ลอสแองเจลิส...นครที่มีสีสันที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เธอบอกว่าเธอสนุกกับชีวิตที่นี่ แพรกานต์อาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ขับรถด้วยตัวเองหรือบางครั้งก็ขึ้นรถบัส เวลาไปทำงานใช้ซับเวย์ ซักผ้าเอง จ่ายกับข้าวเอง จ่ายภาษีเอง ทำทุกอย่างเอง ชีวิตเปลี่ยนไปแน่นอน แต่ก็ชอบในความเป็นอิสระของชีวิต
ถามว่า กลับเมืองไทยบ้างหรือไม่ แพรกานต์ตอบว่า กลับปีละครั้งเพื่อมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่กรุงเทพฯ ใจจริงอยากกลับให้มากจำนวนครั้งกว่านี้ แต่ก็คงเป็นไปได้ยาก ล่าสุดกลับเมืองไทยครั้งที่ผ่านมาเมื่อต้นปี ได้ไปท่องเที่ยวที่ จ.กระบี่ โดยพาเพื่อนชาวอเมริกันไปปีนเขากันสนุกสนาน
อีกภาคหนึ่งของนักเขียนก็เป็นนักปีนเขาสมัครเล่นที่ชอบมากๆ นอกจากนี้ก็ชอบถ่ายรูป ชอบท่องเที่ยว ชอบเที่ยวในที่แปลกๆ ที่ไม่มีคนไป ก่อนจะมาเมืองไทย สาวสวยแวะไปเที่ยวมาคือที่แอนตาร์กติก ว่ายน้ำกับฉลาม ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ที่ดี เมืองไทยคือบ้าน ยังชอบทุกอย่างที่เป็นไทย กลับมาครั้งนี้เมืองไทยสวย อาหารอร่อย เพื่อนชอบสตรีทฟู้ดของไทย
สำหรับอนาคตชีวิตก็คงเดินไปบนเส้นทางนี้ เพื่อทำงานกับ "เรื่องราว" ต่อไป อยากฝากถึงเด็กไทยและเยาวชนไทยที่อ่านหนังสือน้อยลงว่า อยากให้อ่านหนังสือกันให้มากขึ้น ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็อ่านหนังสือได้ เช่น นั่งอยู่บนรถติด ไม่ต้องเสียเวลา แทนที่จะเล่นโทรศัพท์ มือถือ ก็อ่านหนังสือดีกว่า เพราะหนังสือจะให้ "อะไร" บางอย่างที่คุ้มค่าเสมอ
"เด็กๆ เพ้อฝันมาก คิดมาก จินตนาการมาก คิดผจญภัยไปต่างๆ ทุกคนเล่นกัน จินตนาการกันไป แล้วชีวิตก็ทำให้สิ่งที่เราคิดและจินตนาการหายไปหรือเกือบหายไปในบางครั้ง เปาะเปี๊ยะคิดว่า มันสำคัญมากที่ เราจะคีพดรีมมิ่ง หรือคงความใฝ่ฝันในใจไว้เสมอ เพราะมันจะทำให้เราได้เจอตัวเราเองในที่สุด" เปาะเปี๊ยะฝากถึงน้องๆ ในวันเด็ก
สาวน้อยนักเขียนที่กลายเป็นโปรดิวเซอร์นักประสานบทหนังระดับโลกไปแล้ว แพรกานต์บอกว่าไม่เคยอยากได้อะไรที่สบาย อยากได้ในสิ่งที่ยากและทำในสิ่งที่ยาก อยากได้อะไรต้องทำให้ได้ นี่คือแพรกานต์ ที่มิตรรัก นักอ่านแฟนตาซีชาวไทยติดตาม เหมือนเลลาร์ที่กว่า จะถึงเป้าหมาย เป็นเงือกสันถวไมตรีและได้ทำงานที่ หมายมั่น เธอก็ต้องผ่านการฝึก ต้องผ่านภาคสนาม ต้องผ่านการเรียนรู้ แพรกานต์ก็เช่นกัน
หวังว่าเมื่อวันนั้นมาถึง "เงือกสาวของเรา" จะประสบความสำเร็จ ได้ผลักดันหนังดีๆ มีความหมาย และมีชีวิตอย่างที่ต้องการ วันนี้โลดแล่นอยู่ในสนามใหญ่ เฝ้ามองและชื่นชมการเติบโต อดไม่ได้ที่จะชื่นชม ให้กำลังใจสาวน้อยคนเก่งในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แฟนเลลาร์คนหนึ่ง n







