posttoday
คำถามที่ต้องตอบ ก่อนบุกต่างประเทศ

คำถามที่ต้องตอบ ก่อนบุกต่างประเทศ

14 มกราคม 2561

ธนกร สังขรัตน์ CEO of Modern Myanmar Synergy Co., Ltd. [email protected]คำถามพื้นฐานสำคัญก่อนที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจเข้ามาดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งเป็นคำถามที่ผู้ประกอบการควรมีคำตอบก่อนทำการตลาดในต่างประเทศ เพื่อการันตีความสำเร็จในระยะยาว

ธนกร สังขรัตน์ CEO of Modern Myanmar Synergy Co., Ltd. [email protected]

คำถามพื้นฐานสำคัญก่อนที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจเข้ามาดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งเป็นคำถามที่ผู้ประกอบการควรมีคำตอบก่อนทำการตลาดในต่างประเทศ เพื่อการันตีความสำเร็จในระยะยาว

ทั้งนี้ สามารถทำความเข้าใจคำถามพื้นฐานดังกล่าวผ่านเครื่องมือ "SPEELT Model" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่มีผล กระทบต่อธุรกิจโดยมีความเกี่ยวข้องกับสังคมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ข้อกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นโมเดลธุรกิจนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจถึงปัจจัยมหภาคที่แวดล้อมสถานการณ์ธุรกิจในประเทศ ต่างๆในขณะนั้น และสามารถวางแผนการจัดการเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้

คำถามประการแรก "สภาพสังคมและวัฒนธรรมเป็นอย่างไร" (Social and Cultural Factors : S) เป็นคำถามเพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี จำนวนประชากร รูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มคน ค่านิยม เสรีภาพทางสังคม การเข้าถึงสื่อต่างๆ การจับจ่ายใช้สอยของคน ในสังคม การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ความเข้าใจด้านประชากรของคนในประเทศนั้นๆ สภาพครอบครัว จำนวนประชากร สัดส่วนของอายุประชากรในช่วงต่างๆ อัตราการว่างงาน สัดส่วนหนี้สินครัวเรือน การ กระจายรายได้ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อาชีพหลักและการทำงาน อาชีพเสริม การอบรมวิชาชีพ รายได้ การออม การกู้ยืมเงิน สุขภาพ การสูบบุหรี่ การดื่มสุราและของมึนเมา ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินจาก ภัยต่างๆ คดีอาชญากรรมและยาเสพติด การละเมิดสิทธิมนุษยชน ภาพลักษณ์เรื่องคอร์รัปชั่น เป็นต้น

คำถามประการที่สอง คือ "สภาพการเมืองของประเทศ" (Political Factors : P) ประเทศที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจมีความมั่นคงทางการเมืองเป็นอย่างไร มีปัญหาคอร์รัปชั่นหรือไม่ มีการชุมนุมทางการเมือง มีรัฐบาลรูปแบบใด เป็นการปกครองรูปแบบใด เป็นต้น

คำถามประการที่สาม คือ "สภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร" (Economics Factors : E) ตั้งแต่พัฒนาการเศรษฐกิจตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมถึง แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตด้วย ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากหลายปัจจัย เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อัตราการว่างงาน ภาวะเงินผืดเงินเฟ้อ อัตราการแลกเปลี่ยนของเงิน ระดับราคาสินค้าและบริการ ค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ย การพัฒนาของภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการบริการ การพัฒนาของระบบสาธารณูปโภค การเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ ความพร้อมของระบบการชำระเงินและการธนาคาร เป็นต้น

คำถามประการที่สี่ คือ "สภาพแวดล้อมและการอนุรักษ์ธรรมชาติ" (Environment Factors : E) ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับการดำเนินธุรกิจในด้านสิ่งแวดล้อมมีอะไรบ้าง เช่น ประเทศให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด สัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ต่อพื้นที่ประเทศ ปริมาณการใช้สารเคมีทางการเกษตร สัดส่วนพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง คุณภาพอากาศในเมืองหลัก ประมาณของเสียที่ถูกนำมาใช้ซ้ำหรือแปรรูป หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนต่อการใช้พลังงานทั้งหมด รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

คำถามประการที่ห้า คือ "สภาพข้อกฎหมายที่มีผลต่อธุรกิจ" (Law Factors : L) ทั้งกฎหมายที่เอื้ออำนวยและเป็นอุปสรรคของธุรกิจ อัตราภาษี ลิขสิทธิ์ การควบคุมการนำเข้าและส่งออก กฎระเบียบด้านการจดทะเบียนธุรกิจ กฎระเบียบด้านแรงงาน กฎระเบียบด้านการเงิน เป็นต้น

คำถามประการสุดท้าย "สภาพเทคโนโลยี" (Technological Factors : T) เทคโนโลยีของพื้นที่นั้นๆ เอื้ออำนวยต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด แนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต การเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท