posttoday
สยายปีกคลุมอาเซียน

สยายปีกคลุมอาเซียน

14 มกราคม 2561

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป กางแผนธุรกิจปี 2561 ตั้งงบลงทุน 6,600 ล้าน ลุยประเทศอาเซียน หวังรายได้และส่วนแบ่งโตเพิ่มขึ้น 25%

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป กางแผนธุรกิจปี 2561 ตั้งงบลงทุน 6,600 ล้าน ลุยประเทศอาเซียน หวังรายได้และส่วนแบ่งโตเพิ่มขึ้น 25%

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจปี 2561 บริษัท ตั้งงบลงทุน 6,600 ล้านบาท จากแผนการลงทุน 5 ปี รวม 4.3 หมื่นล้านบาท (2559-2563) พร้อมคาดการณ์ในปีนี้ทั้งกลุ่มจะมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทและกิจการร่วมค้าเติบโตเพิ่มขึ้น 25%

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกมาจากความน่าสนใจลงทุนของประเทศปรับตัวดีขึ้นจากโครงการสนับสนุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งหากสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ตามแผนลงทุน จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยใน ปีนี้เติบโตไม่น้อยกว่า 4.6% พร้อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติได้

นอกจากนี้ จากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น บริษัทจึงได้มองหาโอกาสลงทุนใหม่ เน้นอุตสาหกรรมบริการมูลค่าสูงและเตรียมขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยในไตรมาส 4 ของปีนี้มีแผนเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ดแห่งที่ 3 และเป็นแห่งที่ 10 ของบริษัท ใน จ.ชลบุรี และอีก 1 แห่งในเวียดนาม พื้นที่รวม 3.93 หมื่นไร่ โดย ตั้งเป้าขายที่ดินในปีนี้จำนวน 1,400 ไร่ จากปี 2560 ที่ 1,000 ไร่ และมีที่ดินรอขายอีกกว่า 1 หมื่นไร่

"แผนลงทุน 6,600 ล้านบาทในปีนี้ แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ 38% นิคมอุตสาหกรรม 31% ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค 28% และดิจิทัล 3% โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 33% โลจิสติกส์ และ กองทรัสต์เพื่อการลงทุน 48% ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค 16% และดิจิทัล 3%" น.ส.จรีพร กล่าว

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์วางแผนเพิ่มพื้นที่ให้เช่าขึ้นอีก 11% เป็น 2.39 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) จากระดับ 2.16 ล้าน ตร.ม.ในปีก่อน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรม หุ่นยนต์ และสินทรัพย์ให้เช่าที่สร้างมูลค่าสูง สอดคล้องกับการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงเตรียมขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย และกัมพูชา

ด้านธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานมีแผนเจาะตลาดซีไอเอ็มวี และเพิ่มบริการใหม่ๆ เช่น การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ เทคโนโลยีการนำน้ำทะเลมาใช้เป็นน้ำอุตสาหกรรม โดยคาดการณ์ปริมาณการขายน้ำอยู่ที่ 113 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนที่ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากความต้องการใช้งานที่สูงขึ้นของลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ รวมถึงอัตราการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าปัจจุบัน ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 15 โครงการ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 2,540 เมกะวัตต์ ในปี 2562 มีสัดส่วนการถือครองกำลังการผลิตไฟฟ้าจำนวน 54 เมกะวัตต์ และธุรกิจดิจิทัล แพลตฟอร์ม จะดำเนินการเพิ่มตู้แร็ค 156 ตู้ภายในดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้ง 3 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นอีก 34% ทำให้ยอดตู้แร็คจะมีจำนวนทั้งสิ้น 617 ตู้ พร้อมขยายบริการระบบไฟเบอร์ออปติกให้ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดของเหมราช จากเดิมที่ให้บริการอยู่เพียง 5 แห่ง

น.ส.จรีพร กล่าวอีกว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาดีลซื้อกิจการและร่วมลงทุนธุรกิจโลจิสติกส์ในเมียนมาและอินโดนีเซีย คาดว่าจะสรุปดีลในเมียนมาได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ และอินโดนีเซียภายในปีนี้เช่นกันอีกทั้งมีแผนโรดโชว์ในสิงคโปร์ ยุโรป และสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน