posttoday
ทั่วโลกคุมเข้มสกุลดิจิทัล

ทั่วโลกคุมเข้มสกุลดิจิทัล

15 มกราคม 2561

ทั่วโลกมีความพยายามในการควบคุมสกุลเงินดิจิทัลหลังได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลรายใหญ่ของโลก เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากำลังร่างกฎหมายห้ามแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลภายในประเทศ เพื่อควบคุมการเข้าเก็งกำไร และบุกตรวจสำนักงานของคอยน์วันและบิตฮัมบ์ ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลรายใหญ่เพื่อตรวจสอบเอกสารการเลี่ยงภาษี

ทั่วโลกมีความพยายามในการควบคุมสกุลเงินดิจิทัลหลังได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลรายใหญ่ของโลก เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากำลังร่างกฎหมายห้ามแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลภายในประเทศ เพื่อควบคุมการเข้าเก็งกำไร และบุกตรวจสำนักงานของคอยน์วันและบิตฮัมบ์ ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลรายใหญ่เพื่อตรวจสอบเอกสารการเลี่ยงภาษี

ล่าสุดสำนักงานประสานงาน นโยบายรัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า อาจห้ามการซื้อขายแลกเปลี่ยนดังกล่าวไปพร้อมกับวางแผนผลักดันให้ตลาดเงินดิจิทัลใช้ชื่อจริงในการซื้อขาย

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ยังรายงานว่าจีนได้สั่งระงับการดำเนินการขุดบิตคอยน์ หลังการสั่งปิดตลาดแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล และห้ามออกการเสนอขายเหรียญ ดิจิทัลครั้งแรก (ไอซีโอ) ด้านสหรัฐ เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือความเสี่ยงจากเงินดิจิทัลภายในเดือน ก.พ.นี้

อย่างไรก็ตาม เกาหลีใต้ยังคงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาบล็อกเชน เทคโนโลยีที่สกุลเงินดิจิทัลใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยน ซึ่งมีความปลอดภัยสูง สอดคล้องกับ ราวี เมนอน ผู้ว่าการธนาคารกลางสิงคโปร์ เปิดเผยว่า เทคโนโลยีดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก และไม่ควรที่โดนลดคุณค่าลงไป หากสกุลเงินดิจิทัลปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อความคลั่งไคล้ในสกุลเงินดังกล่าวหมดไป

เมนอน ระบุว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะออกแจ้งเตือนความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัลต่อสาธารณชนโดยตรง แม้จะเห็นว่าอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก ทั้งนี้ สิงคโปร์พยายามผลักดันให้ประเทศขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการเงิน (ฟินเทค) และเคยเตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการซื้อขายเงินดิจิทัล

รพี สุจริตกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จะสรุปเกณฑ์กำกับการเสนอขายเหรียญให้นักลงทุน (อินนิเชียล คอยน์ ออฟเฟอริ่ง หรือ ไอซีโอ) ซึ่งคือการระดมทุนและลงทุนเพื่อที่จะเปิดตัวโปรเจกต์โครงการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทสตาร์ทอัพ โดยมีการออกเหรียญดิจิทัลมาเสนอขายให้กับนักลงทุนที่สนใจภายในไตรมาส 1/2561 หลังครบกำหนดเวลาเปิดรับฟังความเห็น

ทั้งนี้ ก.ล.ต.เตรียมเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงปลายเดือน ม.ค.-ต้นเดือน ก.พ. 2561 หวังให้บังคับใช้ได้ทันภายในปีนี้

สำหรับร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีการแก้ไขใน 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การจัดตั้งกองทุน ส่งเสริมการพัฒนา ตลาดทุน หรือ CMDF ความอิสระของ บลจ. ความคาดหวังต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม (ETP) หลังการเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จ จากนั้นจะ เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในกลางเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.นี้ ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป ส่วนเกณฑ์กำกับดูแล อินนิเชียล คอยน์ ออฟเฟอริ่ง หรือไอซีโอ Initial Coin Offering (ICO) จะมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 1/2561 หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นวันสุดท้ายวันที่ 22 ม.ค.นี้ โดยการลงทุน ICO นักลงทุนต้องมีความระมัดระวังเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนสูงด้วยเช่นกัน นักลงทุนต้องมีการศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท