
อาเซียนอุปสรรคอื้อ แรงงานหด-เทคโนโลยีเปลี่ยน
ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์เศรษฐกิจอาเซียนสดใสตามเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา โดยการส่งออกของหลายชาติขยายตัวขึ้น โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ปัจจัยสนับสนุนเป็นความต้องการสมาร์ทโฟนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ขณะที่ในบางประเทศ เช่น ไทย ยังได้รับประโยชน์จากการส่งออกรถยนต์ยังปรับขึ้นควบคู่ไปด้วย
ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
เศรษฐกิจอาเซียนสดใสตามเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา โดยการส่งออกของหลายชาติขยายตัวขึ้น โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ปัจจัยสนับสนุนเป็นความต้องการสมาร์ทโฟนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ขณะที่ในบางประเทศ เช่น ไทย ยังได้รับประโยชน์จากการส่งออกรถยนต์ยังปรับขึ้นควบคู่ไปด้วย
ในช่วงไตรมาสแรกของปีที่แล้ว การส่งออกแผงวงจรรวมและชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปของสิงคโปร์ต่างปรับขึ้นมากกว่า 21% ช่วยให้การส่งออกทะยานขึ้นมากกว่า 15% ในไตรมาสดังกล่าว ขณะที่มาเลเซียมีการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็น 37% ของการส่งออกทั้งหมดที่ปรับขึ้นมากกว่า 21% ในไตรมาสเดียวกัน ส่วนไทยนั้นในช่วง 11 เดือนแรกปรับขึ้นเกือบ 7% โดยมีสัดส่วนสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมรวมประมาณ 79% ของการส่งออก
อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวอีกหลายทศวรรษข้างหน้า อุตสาหกรรมของอาเซียนที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์หลักของโลกจะต้องเผชิญอุปสรรคอีกมาก ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปจนเรียกได้ว่า "กินเรียบ" อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ปรับตัวไม่ทัน
ตัวอย่างเริ่มปรากฏให้เห็นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาใน "ธุรกิจผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD)" ซึ่งใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ของอาเซียนที่เป็นแหล่งผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เกือบ 80% ของโลก โดยการ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยข้อมูลเทคโนโลยี คาดการณ์เมื่อปี 2016 ว่า อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์หดตัวลง 3% ในปีดังกล่าว เนื่องจากความต้องการโซลิดสเตทไดรฟ์ (SSD) ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่เทรนด์โลกหันนิยมสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ออกโรงเตือนไว้ในปีเดียวกันว่า โซลิดสเตทไดรฟ์มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ในอัตราที่เร็วมากขึ้น โดย โซลิดสเตทมีศักยภาพที่ดีกว่าฮาร์ดดิสก์และยังมีต้นทุนในการผลิตที่ลดลง ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ของไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เป็นเพราะวัฏจักรการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์จากอายุการใช้งานทุกๆ 5-7 ปี
อีกอุตสาหกรรมที่ต้องจับตาเป็นอย่างมากคือ "การผลิตรถยนต์" โดยจากรายงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (ไอแอลโอ) เมื่อปี 2016 มองว่า การผลิตรถยนต์ของอาเซียนมีโอกาสได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีใน 4 ประการด้วยกัน ได้แก่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) ความพยายามประหยัดพลังงานของค่ายรถ รถยนต์ขับเคลื่อนเอง และการหันไปใช้เครื่องจักรผลิตแทนคน
"อีวี" กำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงในขณะนี้ แม้ไอแอลโอจะระบุเมื่อ 2 ปีก่อนว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังมีราคาแพงและจะยังไม่ส่งผลกระทบกับอาเซียนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว แต่จากความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าย่อมทำให้เกิดความต้องการชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในการสร้างรถยนต์ชนิดดังกล่าวเช่นกัน อาทิ แบตเตอรี่รถยนต์ ขณะที่ประการที่สอง ความต้องการประหยัดพลังงานทำให้ค่ายรถต้องหาวัสดุชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักเบา เช่น อะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์
ส่วนในประการที่สามนั้น รถยนต์ขับเองในปัจจุบันยังไม่มีการนำมาขายเชิงพาณิชย์หรือใช้จริงเต็มรูปแบบ แต่เมื่อหลายค่ายรถยักษ์ใหญ่ เช่น บีเอ็ม ดับเบิลยู ฮอนด้า โตโยต้า เป็นต้น ต่างกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้มีโอกาสที่จะกระทบกับหลายภาคส่วน เช่น การออกแบบอุปกรณ์และตัวรถ
ที่ผ่านมาหลายชาติในอาเซียนมีการปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เช่น มาเลเซียที่มีการผลักดันการผลิตกระจกพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา ขณะที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ไทยซัมมิท เคยให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวรอยเตอร์สเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ทางบริษัทลงทุนมากกว่า 400 ล้านบาท ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไลท์เวท และยังเป็นผู้ผลิตโครงรถยนต์อะลูมิเนียมให้กับ เทสล่า ผู้ผลิตรถยนต์อีวีชื่อดังจากสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดแรงงานนั้นอาจยังไม่พร้อมรับกับการมาถึงของเทคโนโลยีต่างๆ โดยเมื่อประกอบกับประการที่สี่ ซึ่งคือการหันไปใช้เครื่องจักรผลิตแทนคน หรือแม้กระทั่งการมาถึงของเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จะทำให้ภาคธุรกิจสามารถเลิกจ้างงานแรงงานที่เครื่องจักรทดแทนได้ เช่น พนักงานที่คอยแพ็กสินค้าใส่หีบห่อ ขณะที่มองหาแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้นไปด้วยกัน เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมรถยนต์ไร้คนขับ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
การมองหาแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น ถือเป็นความท้าทายอย่างมากของภาคเอกชน เพราะมาพร้อมกับการขาดแรงงานในบางประเทศ โดยสิงคโปร์และไทยกำลังอยู่ในยุคสังคมผู้สูงอายุ ขณะที่การสร้างแรงงานมีทักษะก็จำเป็นต้องได้ระบบการศึกษาที่สนับสนุนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ซึ่งไอแอลโอ ระบุว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ จำเป็นต้องมีนโยบายที่มุ่งเน้นการศึกษาและการสร้างทักษะที่จำเป็น
แน่นอนว่าการสร้างทักษะแรงงานเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเห็นผลได้ในวันนี้หลังลงมือทำเมื่อวาน และจำเป็นต้องมองในระยะยาว แต่การปรับตัวดังกล่าวไม่ใช่เพื่อให้ตลาดแรงงานสอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยียุคใหม่ได้อย่างเต็มที่ n







